The-Romance-Of-Tokyo

 

 

 

 

 

คาซึยะประสบอุบัติเหตุบนทางด่วน



ประโยคเดิมๆ ดังก้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของเขา ยิ่งเข็มนาฬิกากระดิกตัวผ่านไปมากเท่าไหร่ เสียงของฮิโรกิก็ยิ่งทวีความพรั่นพรึงให้เขาจนอยากจะตายไปเสียพ้นๆ ร่างสูงยกมือสั่นเทาขึ้นมามองก่อนจะวางไว้บนอกเพื่อให้มั่นใจว่าหัวใจไม่ได้หยุดทำงานไปตั้งแต่ที่ได้รับข่าว ยากูซ่าผู้ไม่เคยกลัวใครสัมผัสถึงความกลัวอันรุนแรงเป็นครั้งแรกในชีวิต เหมือนจินยืนอยู่ตรงนี้เพียงลำพังรอบกายเต็มไปด้วยหมอกควันหนาทึบ มองไปทางไหนก็มีแต่เงาสลัว



คาซึยะ คาซึยะของฉัน
แสงสว่างสุดท้ายในชีวิตของเขาดับสูญไปแล้วหรืออย่างไร




เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจากบ้านมาถึงโรงพยาบาลนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ จินเดินช้าๆ ออกมาจากลิฟต์พร้อมทานากะ โคคิและป้าจิเอะที่ขอตามมาด้วย หญิงสูงวัยร้อนใจจนอยากจะรวบกิโมโนวิ่งไปให้ถึงหน้าห้องพักคนป่วย แต่คุณชายของเธอกลับทอดฝีเท้าเอื่อย เหมือนคนที่นอนเจ็บอยู่ในห้องสุดทางเดินนี้ไม่ใช่คนที่ตัวเองรักกระนั้น


แต่ใครจะรู้ จินแค่ไม่อยากเห็น ภาพคนรักตัวน้อยของเขาที่หลุดออกมาจากซากรถคันงาม ระดับความเร็วที่ขับกันบนทางด่วนเป็นใครก็ต้องรู้ว่ามันเหยียบกันเร็วแค่ไหน แล้วคาซึยะของเขา ตัวเล็กแค่นั้น ขนาดแค่จินเผลอลงแรงมากไปนิดเดียว ผิวเนื้ออ่อนบางยังทิ้งรอยช้ำไว้ให้จินใจหาย แล้วกับรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง แรงกระแทกจากเครื่องยนตร์กำลังหนัก อุบัติเหตุบนทางด่วนรายไหนรายนั้นไม่เจ็บหนัก พิการ ก็ตาย ไม่ว่าจะเป็นข้อไหน เขาก็ไม่อยากรับรู้ทั้งนั้น


กลุ่มที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูห้องหันพรึ่บมามองอาคานิชิ จินอย่างพร้อมเพรียง ยิ่งเห็นสีหน้าเผือดสีของฮิโรกิ จินยิ่งอยากจะให้สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่นี้เป็นเพียงความฝัน ถึงจะเป็นฝันร้ายที่สุด ทำให้เขาทรมานเหมือนจริงที่สุด แต่ก็ยังดีกว่าให้มันเป็นความจริง


คุณอา


อยู่ในนี้หรือ...


ครับ


คู่กรณีเป็นใคร


เอ่อ ไม่ทราบเหมือนกันครับ พวกเรายังไม่ทันได้.....ฮิโรกิหยุดพูดแล้วก็ก้มหน้าต่ำ ห่างไปไม่ถึงสามก้าวเป็นโทโมฮิสะที่ตาแดงก่ำ ไม่มีใครยอมต่อสายตากับเจ้าของเรือนอาคานิชิสักคน จินยุติความปั่นป่วนในอกด้วยการเปิดประตูสีครีมเข้าไป ป้าจิเอะถลันจะตามไปด้วยแต่ฮิโรกิรีบคว้าแขนแม่นมไว้หมับ ส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม


ทำไมละคะ ป้าอยากเข้าไปเยี่ยมคุณหนูคาซึยะ


นั่นสิ ทำไมเราไม่บอกคุณจินไปว่าคาเมนาชิคุงไม่ได้เข้าโรงพยาบาลเพราะอุบัติเหตุป้าจิเอะหันมามองเด็กน้อยตากลมอย่างประหลาดใจ หน่วยตาที่ยังคลอน้ำตาเบิกกว้าง เทโงชิ ยูยะเม้มปากอวดแก้มกลม สีหน้าแววตาไม่ได้บอกเลยว่ากำลังล้อเล่น


หมายความว่ายังไงหรือคะ คุณเรียวนิชิกิโด เรียวยิ้มเจื่อน อ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียง


คือว่า เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ..............










ห้องสีเหลี่ยมสีครีมว่างเปล่า...


จินมองผ้าปูเตียงสีฟ้าที่มีรอยยับเพียงเล็กน้อยแล้วก็ให้ใจหายวาบ คาซึยะหายไปไหน ทำไมถึงทิ้งเตียงว่างเปล่าไว้แบบนี้ ทำไมถึงเหลือเพียงแค่เตียงและข้าวของไม่กี่ชิ้น มันหมายความว่าอย่างไร


ไม่จริงใช่ไหม....ไม่จริงใช่ไหมคาซึยะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันกลัวใช่ไหม เพราะเธอไม่อยากรอ เพราะฉันมาช้าไป หรือเพราะฟ้าดินอยากลงโทษฉันให้ทรมานจนตาย ทำไม...ทำไมถึงเป็นแบบนี้!



คาซึยะ!



ครับ?”




“......................”




แรงอารมณ์ที่กำลังโหมซัดดั่งคลื่นลูกยักษ์ลดวูบลงราวกับว่าเมื่อกี้มันคือภาพลวงตา เพียงแค่จินเงยหน้าจากเตียงคนไข้ เขาก็เจอกับร่างเล็กที่ยืนถือผ้าขนหนูผืนเล็กอยู่ตรงประตูระเบียง มาเฟียหนุ่มกะพริบตาไล่ม่านน้ำที่เอ่อจนเปียกขนตาเป็นแผง ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเข้าหาร่างขาวจัดช้าๆ


มือที่ยื่นออกมาหาสั่นระริกจนคาซึยะไม่กล้าถอยเท้าหนีทั้งที่ไม่แน่ใจในจุดประสงค์การมาของอีกฝ่าย คุณชายคนเล็กช้อนตามองใบหน้าคม แล้วการมองเห็นของดวงตาเรียวสวยก็ถูกบดบังด้วยแผงอกหนาจนแทบมิด


คุณจิน


คาซึยะจริงๆ ใช่ไหม เธอจริงๆ ใช่ไหมเสียงทุ้มครางแหบพร่า ร่างเล็กตอบรับทั้งที่ยังจับต้นชนปลายเรื่องราวไม่ถูก หากก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะยืนให้จินกอดจนพอใจ จากอ้อมกอดรัดแน่นราวกับคำสั่งห้ามให้หายใจ คุณชายอาคานิชิก็ยอมกดจูบบนเรือนผมนุ่มพร้อมทั้งขยับมองใบหน้าใสให้ชัดเต็มสองตา


เจ็บตรงไหนบ้างคาซึยะส่ายหน้า เขาไม่เจ็บ ไม่เจ็บสักนิดเลยตอนนี้


คุณจิน หายโกรธผมแล้วหรือครับ


ไปทำยังไงให้เกิดอุบัติเหตุ ไปชนคนอื่น หรือ ถูกชน...


ไม่ใช่ทั้งสองอย่างครับ รถสองคันด้านหลังผมชนกันเอง เจ็บสาหัสแล้วก็เสียหายหนักน่าดู ผมสงสารเลยเรียกรถพยาบาลให้ แล้วก็เลยรอให้การกับตำรวจ แต่พอดีหน้ามืด วูบไป ฮิโรกิเลยพามาเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลเมื่อนาทีที่แล้ว จินก็คิดว่าเขาโล่งใจที่สุดแล้ว มาตอนนี้ชายหนุ่มก็แทบจะล้มแปะไปกองกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด ความกดดันที่อัดแน่นในอกดันตัวเองออกจากอกเขาราวกับลูกโป่งถูกปล่อยลมยังไงยังงั้น


แค่นั้นหรือ?”


ครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร


ยิ้มตาหยีตบท้ายเพื่อยืนยันความจริง จินปล่อยมือจากแขนเล็ก ถอยเท้ามาทรุดตัวนั่งตรงชุดรับแขกอย่างหมดแรง ใบหน้าหล่อจัดเริ่มซับสีระเรื่อเหมือนริมฝีปากได้รูปที่ถูกขบเม้มไว้ คาซึยะมองร่างสูงเงยหน้าพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีที่เหนื่อยหนักแสนสาหัสแล้วก็ค่อยๆ พรายยิ้มอีกครั้ง ดูเหมือนว่าคุณจินจะเข้าใจผิด แถมยังเป็นการเข้าใจผิดที่ร้ายแรงเสียด้วยสิ


ขอบคุณที่เป็นห่วงผมนะครับทรุดลงนั่งบนพื้น มือวางบนท่อนแขนแกร่ง แม้จะสะดุ้งนิดๆ แต่จินก็ยังคงหลับตานิ่ง ดูเหมือนว่ามาเฟียหนุ่มจะเริ่มกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้งแล้ว


“.......แล้วจะไปไหน ทำไมถึงขับรถเอง ตระกูลอุเอดะไม่มีเงินจ้างคนรถแล้วหรือไง


มีครับ แต่ผมอยากขับเองเลยขอยืมรถยามะไป


ไปไหน


ไปหาคุณจินครับเปลือกตาคมยอมปรือขึ้นมองเจ้าของเสียงแหบๆ ในที่สุด คาซึยะก้มหน้างุด กลั้นใจเรียกความกล้าก่อนจะเลื่อนมือกุมมือขาวจัดไว้ ผมอยากไปลา เพราะความจริงแล้ววันนี้....ผมกำลังจะกลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่โน่น


ว่าไงนะดวงหน้าเรียวเงยขึ้น ตาต่อตากับอาคานิชิ จิน ความหวั่นไหวกะพริบพราวในหน่วยตาคู่นั้น


ผมจะกลับอิตาลีครับ แล้วอาจจะ....ไม่กลับมาอีก


ใครอนุญาต


อ๊ะ! คุณจิน


จินไม่ทันห้ามตัวเองอีกแล้ว แค่ได้ยินเสียงชวนให้ใจหายหลังจากโล่งใจได้ไม่นาน ยากูซ่ามาเฟียหนุ่มก็จับแขนเล็กด้วยมือข้างเดียว เมื่อคิดจะบินหนีก็คงต้องจับไว้ และถ้ายังดิ้นรนจะไปก็คงต้องล่ามไว้ให้เป็นนักโทษของจินตลอดกาล ปลอกแขนแกร่งล็อคร่างน้อยมาทับบนร่าง กดแผ่นหลังบางจนคาซึยะต้องเบียดกับอกกว้างอย่างหมดทางเลี่ยง


ตอนจะมาก็โผล่มาในห้องฉันโดยไม่ขออนุญาต ก่อเรื่องให้ฉันวุ่นวายสารพัด พอฉันเผลอก็รุกล้ำย่ำยีหัวใจคนอื่นอย่างเลือดเย็น สุดท้าย...สมใจอยากแล้วก็คิดจะชิ่งหนีไปดื้อๆ อย่างนี้น่ะหรือ เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไรคาเมนาชิ คาซึยะ


ผมแค่คิดว่ามันอาจจะดีกับเราทุกคน


ดียังไงไม่ทราบคุณชาย ดีที่ทำให้ฉันเจ็บแล้วก็ไปมีความสุขอยู่ต่างประเทศ ดีที่เธอจะไม่ต้องอยู่ในเมืองที่มันมีแต่ความทรงจำระหว่างเรา ปล่อยให้ฉันเป็นไอ้หน้าโง่ที่ยังต้องทนทรมานอยู่กับมันวันแล้ววันเล่าอย่างนั้นใช่มั้ย


คุณจิน ฟังผมก่อนได้ไหมครับเจอเสียงแหบสั่นกับน้ำตาหยดใสเข้าไป แม้แต่คนที่ใจแข็งจนลูกน้องเกรงกลัวก็ยังต้องเมินหน้าหนี คนตัวโตปล่อยร่างคาซึยะให้เป็นอิสระ ลุกหนีไปหยุดตรงกระจกระเบียง เอาสิ ว่ามา....ตอนนี้ฉันพร้อมที่จะฟังทุกเรื่องจากเธอแล้ว จะความจริงหรือเรื่องโกหก พอใจอยากเล่าเรื่องไหนก็เล่ามาเลย


มันเป็นความจริงที่ผมตั้งใจหลอกลวงคุณ...


จินสูดลมหายใจลึก แม้จะรู้มาก่อนแล้ว และแม้จะรู้ดีกว่าใครว่าเขาเองที่เป็นคนทำให้คาซึยะคิดแค้นมาตั้งแต่หนหลัง แต่พอได้ฟังใจมันก็อดที่จะเจ็บแปลบไม่ได้ สิ่งดีๆ ที่เราเคยทำให้กันเบื้องหลังมันคือการหลอกลวงอย่างนั้นหรือคาซึยะ “....ตอนแรกผมโกรธ แค้น ฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน ยิ่งมาเจอปฏิกิริยาของคุณในเช้าหลังจากคืนงานเลี้ยงยิ่งทำให้ผมอยากตอบแทนความยะโสของคุณ เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่ปฏิเสธเมื่อถูกจับให้ไปอยู่เรือนอาคานิชิ ยอมให้คุณทำร้ายจิตใจ แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ความสัมพันธ์ของเรามันเริ่มเปลี่ยนไป ผมเริ่มมีความสุขกับการได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ใจเต้นกับการรอให้คุณกลับบ้าน และรอคอยให้คุณสนใจ รู้สึกตัวอีกทีในหัวของผมก็มีแต่เรื่องคุณเสียแล้ว


แล้วไม่คิดจะบอกความจริงฉันเลยหรือไง


คิดสิครับ วันที่คุณไปโอซาก้าคือวันที่ผมตั้งใจจะสารภาพทุกอย่าง แต่ไม่คิดว่า มัตสึโมโต้ จุน จะทำลายโอกาสของผมเสียป่นปี้ และ...คุณจินก็โกรธเรียวปากได้รูปบิดเบ้ รอยยิ้มเย้ยหยันทำให้คาซึยะไม่กล้าจะเดินเข้าไปหา


ถ้าเธอเป็นฉัน เธอจะโกรธไหมคาเมนาชิ


ผมเข้าใจ ผมถึงได้ยอมรับการตัดสินของคุณโดยไม่ค้าน แม้ตัวเองจะเจ็บปวด ทรมานเหมือนจะตาย แต่ผมก็ไม่อยากสร้างความขัดเคืองใจให้คุณอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างระหว่างเรา มันเริ่มต้นจากการหลอกลวง แต่....ผมก็รักคุณจินจริงๆ...รักไปแล้ว....


คำว่า ใจละลาย เป็นอย่างไร จินก็ได้ซาบซึ้งกับมันใจวันนี้แล้ว เพราะเสียงสั่นเครือของคนตัวเล็กเงียบลงไปพร้อมประโยคที่บีบทิฐิในใจจินจนแหลกแหลวไม่มีชิ้นดี บังคับให้มาเฟียหนุ่มยอมแพ้หันกลับไปมองคนข้างหลัง คราวนี้แม้แต่ร่างกายก็เหมือนไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป ขายาวก้าวเข้ามาร่างเล็ก รั้งเข้ามากอดจมอกให้แรงสะอื้นนั้นมันซึมลงไปกับอกอุ่น


คาซึยะโอบกอดตอบ ยึดเอาร่างสูงแอบอิงยามที่เรี่ยวแรงหมดไปกับความสะเทือนใจ


ผมรักคุณจินคนฟังจูบขมับเล็กซ้ำๆ


รักฉันก็ต้องอยู่กับฉัน อย่าไปไหน


ขอโทษนะครับที่....ทำให้คุณจินเจ็บ....


ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ แต่ฉันต้องการการรับผิดชอบ ทำให้ฉันรักแล้วก็ต้องอยู่ให้ฉันรักตลอดไป เข้าใจไหมคาซึยะ


ยังสะอื้นไม่หายเลย ใจก็ยังปวดปร่า แต่คาซึยะก็แย้มริมฝีปากเป็นรอยยิ้มให้คนฟังได้อย่างน่ารัก มาเฟียหนุ่มถอนใจยาว อาการสั่นไหวลึกๆ ยังหลงเหลือให้ใจหาย แต่จินก็ดับมันลงด้วยความหวานละมุนของกลีบปากนุ่มและคำรักแผ่วเบา




เข้าไปข้างในกันเถอะ!


เจ้าตัวยุ่งโพล่งขึ้นมาแล้วก็ทำท่าจะโผเข้าไปเปิดประตูเอง ยามะพีร้องเฮ้ย จับตัวไว้เกือบไม่ทัน


จะเข้าไปทำไม


เข้าไปดูไงเล่า คุณจินเข้าไปตั้งนานแล้วนะ ป่านนี้ก็คงคุยกันเรียบร้อยแล้วเรียบร้อยตามแผนเบสิกที่สุดในโลกของนายนั่นแหละ ไอ้ปลาทอง น้ำเน่า เจ้าเล่ห์


ปล่อยสิ


บ้าหรือเปล่า คนเขาดีกันหรือยังก็ไม่รู้จะทะเล่อทะล่าเข้าไปได้ยังไง เสียแผนหมด มานี่เลย ว่างนักก็คุยกับป้าจิเอะไป อยากพูดอยากถามอะไรก็เอาเลย เต็มที่ยูยะจิ๊ปาก หน้าเล็กหักง้ำ ฉันหิวข้าวแล้ว


เออ เอาเข้าไป


นายพาน้องไปหาอะไรทานก่อนก็ได้ยามะ ทางนี้เดี๋ยวมีข่าวอะไร ฉันจะโทรบอก


ฮิโรกิทั้งลุ้นทั้งขำ เห็นยามะที่ไม่เคยสนใจมนุษย์โลกนั่งไม่ติดเพราะเจ้าน้องชายแก้มยุ้ยแล้วก็นึกสงสาร โรคแพ้ทางเด็กกำเริบได้แม้กระทั่งเขตโรงพยาบาลเลยเถอะ โทโมฮิสะพรูลมหายใจหนักหน่วง ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าพอไอ้เด็กตัวร้ายมันบอกหิวแล้วทำไมเขาต้องเก็บเอามากังวลให้รกหัว(ใจ)ด้วย


อยากจะกินอะไร


ไม่รู้ จะเข้าไปถามคุณจินก่อน


งั้นก็ไม่ต้องกิน หิ้วท้องรออยู่ตรงนี้แหละ ให้กรดมันย่อยกระเพาะจนเปื่อยไปเลยยิ่งดีพูดจบคนหล่อก็ตรงลิ่วไปยังลิฟต์ ทิ้งให้ยูยะยืนตาวาวอยู่ที่เดิม มองซ้ายก็เจอฮิโรกิยิ้มหวาน มองขวาเจอคุณป้าทำหน้าสงสัย พอมองตรงไปคุณเรียวก็หลิ่วตาให้เสียอีก คนตัวเล็กข่มใจนับได้แค่หนึ่งถึงสองครึ่งก็รีบวิ่งตามเจ้าของร่างสูงไปติดๆ


ยามาชิตะ มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน


หนวกหู


เมื่อกี้นายแช่งใคร นี่ ยามาชิตะ ยามะ....เสียงแหลมสูงเงียบหายไปพร้อมกับร่างเล็กที่ผลุบเข้าไปในลิฟต์ตัวเดียวกับที่ลูกผู้พี่ของเขาเพิ่งก้าวเข้าไป ฮิโรกิส่ายหน้ายิ้มๆ ดูเหมือนว่า...เด็กน้อยที่มักขังตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัว จะเริ่มก้าวเท้าออกมาสู่โลกอีกใบแล้วสิ


หิวจังเลย ไปหาอะไรกินกันเถอะเรียวจัง


อ้าว แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่ไปกับยูยะล่ะ


ก็ฉันไม่อยากแย่งหน้าที่ยามะนี่นา หรือเรียวจังไม่อยากไปกินด้วยกัน


ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรร่างโปร่งยิ้มหวาน ตรงเข้าไปประคองคุณแม่บ้านให้ลุกขึ้น ชักชวนให้ไปด้วยกัน ป้าจิเอะครับ เราไปรอที่ห้องอาหารตรงชั้นลอยดีกว่า นั่งตรงนี้จนค่ำก็ไม่รู้ว่าคุณอาจะเยี่ยมไข้เพื่อนผมเสร็จหรือยัง


แล้วถ้าคุณชายออกมาไม่เจอใครละคะ


เดี๋ยวก็โทรหาเองแหละครับ


เธอจะว่ายังไงโคคิ


ปกติแล้วองครักษ์หน้าเหลี่ยมไม่เคยที่จะปล่อยให้ผู้เป็นนายห่างสายตา หากคราวนี้ทานากะ โคคิกระแอมในคอ แอบยื่นหน้าเข้าไปสำรวจตรงกระจกใส ก่อนจะหันมาบอกคุณแม่บ้านเสียงเรียบ


ผมว่า...เราไปหาอะไรทานก่อนก็น่าจะดีนะครับ ข้างในนั้นคิดว่าอีกนาน








คุณจินครับ


หือม์


ตอนที่คุณจินเข้ามา เจอคนอื่นๆ หรือเปล่าครับ


ใครล่ะ?”


ก็คุณเรียว ฮิโระ ยามะ อ้อ มีเทโงชิคุงด้วย ไม่เจอเลยหรือครับรองหัวหน้าพรรคยากูซ่าแตะปลายลิ้นกับมุมปาก หรี่ตามองดวงตาใสแจ๋วของคนที่นอนทับบนอก ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน


ไม่นี่ ไม่เห็นเจอใคร


คาซึยะเอียงคอ กลีบปากที่ยังทิ้งรอยฉ่ำแดงเชิดนิดๆ


ไปไหนของเค้านะ เมื่อกี้ยังอยู่กันเต็มห้องเลยคุณชายอาคานิชิเกลี่ยข้อนิ้วกับมุมปากเล็ก ถามเสียงนุ่ม


ทำไม ไม่อยากอยู่กับฉันหรือ...คุณหนูคาเมนาชิหน้าร้อนวาบ ก็อยู่กับคุณจินสองต่อสองทีไร คาซึยะโดนเอากำไรทุกทีนี่นา เปล่าหรอกครับ แต่ผมอยากรู้ว่าคุณเรียวเอาสัมภาระของผมไปไว้ไหน มัวแต่วุ่นวายเลยลืมเวลา เสียเงินค่าตั๋วฟรีเลย


แค่ราคาตั๋วไปยุโรป ฉันจ่ายคืนให้ก็ได้คาซึยะรู้นานแล้วล่ะว่าตระกูลอาคานิชิรวยล้นฟ้า กิจการโรงแรมมีสาขามากมายทั่วโลก แต่ไม่คิดว่าคุณชายอาคานิชิเธอจะมีนิสัยเจ้าบุญทุ่มกับเค้าเหมือนกัน เรียวปากสีอ่อนพรายยิ้มยั่วเย้า


แล้วเสื้อผ้าละครับ ผมเก็บใส่กระเป๋าไว้หมดแล้วนะ


ป้าจิเอะคงยินดีจะช่วยหาที่เก็บให้เธอปลายนิ้วหอมกลิ่นสะอาดแตะบนริมฝีปากตัวเอง ลอยหน้าลอยตาทำท่าครุ่นคิดอย่างจงใจ


ป้าจิเอะยินดี แต่เจ้าของเรือนเขาจะยินดีหรือเปล่าก็ไม่รู้



เจ้าของเรือนที่โดนพาดพิงถึงซึ่งๆ หน้ากดยิ้มมุมปาก ตวัดแขนครั้งเดียว ร่างนุ่มก็พลิกมานอนหลังติดเบาะโซฟา จมูกโด่งเป็นสันกดสูดกลิ่นหอมจากแก้มนิ่มเสียเต็มแรงรัก แรงเอ็นดู



อยากรู้ไหมล่ะ



คำตอบคือความพยายามในการกลั้นยิ้มของเด็กน้อยที่ถูกความเท่ของมาเฟียเล่นงานเสียจนไม่กล้าสบตา







^ ^









THE HAPPY ENDING

edit @ 6 Nov 2008 20:51:07 by Fanismz