คุณจินป่วยหนัก
คาซึยะรับรู้ข่าวร้ายนี้พร้อมความรู้สึกที่แบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย เขาเป็นทุกข์ กังวลกับความเจ็บป่วยทรมานของอาคานิชิ จินแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ดีใจที่ทำให้ตัวเองมีข้ออ้างในการกลับไปหาเจ้านายหนุ่ม คนตัวเล็กจัดการเข้าครัวเคี่ยวซุปสำหรับคนป่วยที่ทรุดเพราะโหมงานหนักจนหอมน่าทานแล้วจึงขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยความประณีตยิ่งกว่าครั้งใด เด็กหนุ่มบอกตัวเองให้ใจเย็น อย่าร้อนรน คุณจินไม่ได้เป็นอะไรมากแค่พักผ่อนน้อยจนร่างกายอ่อนแอแล้วก็โดนไข้หวัดเล่นงานเท่านั้น แต่ในครึ่งชั่วโมงต่อมาเขาก็มายืนอยู่กลางห้องรับแขกของบ้านอาคานิชิเสียแล้ว
“คุณคาซึยะ หายไปนานเลยนะคะ ไม่สบายหายแล้วหรือคะ”
“หายแล้วครับป้า ป้าสบายดีไหมครับ” แม่บ้านสูงวัยที่เคยพบหน้ากันไม่กี่ครั้งแสดงความห่วงใยจนคนที่ได้รับซาบซึ้ง น้ำเสียงที่เอ่ยถามไถ่กลับคืนจึงจริงใจไม่ต่างกัน ป้ามิซาเอะบอกว่าตัวเองนั้นสบายดีแต่คนที่น่าเป็นห่วงก็คงไม่พ้นเจ้าของบ้านหนุ่มที่กำลังโดนความเจ็บป่วยเล่นงาน
“ป้าล่ะอยากจะสมน้ำหน้าตอนเห็นเธอนอนซมเพราะพิษไข้นะคะ บอกจนปากเปียกปากแฉะแต่เธอไม่ยอมฟัง ดื้อพอกันทั้งพ่อทั้งลูก ข้าวปลาไม่ยอมเอาลงท้องแล้วก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนั้นสุดท้ายก็ทรุดน่ะสิคะ อยากจะซ้ำให้สักยกสองยกแต่เห็นหน้าคนป่วยแล้วก็ทำไม่ลง นอนป่วยไม่มีคนดูแล เหงาจับจิตเลยนะคะคุณ”
“คุณจินไม่เหงาหรอกครับ ก็มีป้ามิซาเอะคอยดูแลอยู่แล้ว”
“โอ๊ย ร้อยชู้หรือจะเท่าหนึ่งคนรู้ใจ” แล้วป้าก็หัวเราะร่วน “ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าป้าเป็นหนึ่งในนั้นนะคะ แต่หมายถึงคนที่มาเยี่ยมคุณจิน ฮู้ย สวยหยาดฟ้ามาดินเชียวละค่ะ รู้สึกจะชื่อคิมิโกะ คุณคาซึยะเคยเจอเธอไหมคะ” ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่จำใบหน้าได้ชัดเจน ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ทำให้คาซึยะค้นพบว่าตัวเขาเป็นคนขี้หวงมากกว่าที่คิด แล้ววันนี้เธอก็โผล่มาเพื่อตอกย้ำความรู้สึกนั้นอีกสินะ
“เหมือนจะเคยเจอกันครั้งหนึ่งตอนไปทานอาหารกับคุณจิน แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนครับ กลับไปหรือยัง” คุณแม่บ้านตอบว่าหญิงสาวสวยผู้นั้นยังอยู่ในห้องของคนป่วย คาซึยะรับคำเสียงต่ำ ส่งซุปให้ป้ารับไปอุ่นให้แล้วจึงถามหาลูกชายเจ้าของบ้าน จินจินโดนแยกไปอยู่บ้านคุณปู่ชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้รับเชื้อหวัดจากผู้เป็นพ่อ คาซึยะอยากให้ไอ้ตัวเล็กอยู่ด้วยอย่างน้อยก็อาจจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างแต่แล้วก็เปลี่ยนความคิดกลางคัน เรื่องบางเรื่องจะให้เด็กรับรู้ด้วยมันก็คงจะไม่สมควรนัก เอาเป็นว่า วันนี้เขาจะลุยเดี่ยวก็แล้วกัน
เสียงหัวเราะหวานใสฟังแล้วคงชวนให้ชื่นในอกน่าดูเสียงห้าวทุ้มจึงเปล่งประสานอย่างไม่ขาดตอน ขัดหูแล้วก็...ยิ่งขัดตาเมื่อเห็นภาพที่คนป่วยตัวโตนอนกึ่งนั่งพิงหัวเตียง และมีร่างโปร่งบางของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง เสียงเคาะประตูจากคาซึยะเรียกความสนใจมาจากคนทั้งคู่ไม่ยากนัก คุณผู้หญิงดูจะจำเขาไม่ได้เพราะเธอหันไปเลิกคิ้วคล้ายจะถามคุณจิน
“คาเมนาชิ คาซึยะ พี่เลี้ยงของจินจินครับ”
“อ๋อ คนที่เจอกันในร้านอาหารวันนั้นนั่นเอง คิมิจำได้แล้ว ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ” คาซึยะยิ้มรับ วงหน้าเนียนใสน่ามองด้วยความงามแปลกตา ทำให้ใจคนตัวสูงวิบไหวไม่เคยเปลี่ยน ร่างเพรียวบางสาวเท้ามาหยุดข้างเตียง ความกล้าที่ถูกความรู้สึกการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเสริมสั่งผลักดันให้คาซึยะทิ้งความหวาดหวั่น กลับมาเป็นคาซึยะคนเดิมเกือบเต็มร้อย
“ป้ามิซาเอะโทรไปบอกว่าคุณจินไม่สบายมาก ดีขึ้นแล้วหรือครับ”
“ดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณมาก”
“ตามหมอมาตรวจหรือยังครับ” คนป่วยพยักหน้ารับ คาซึยะหมดเวลาที่จะสนใจความสุภาพอันแสนห่างเหินที่อีกฝ่ายจงใจแสดงออก ร่างเล็กทรุดลงนั่งบนเตียง ทำเหมือนไม่มีบุคคลที่สามอยู่ในห้องนั้น ยามวางมือลงเหนือผิวเนื้ออุ่นระอุคาซึยะก็เปรยเสียงอ่อน “โหมงานจนล้มป่วย ไม่ดูแลตัวเองเลย”
“คุณจินไม่ได้เป็นอะไรมาก”
“ขนาดนี้แล้วว่ายังไม่มาก ผมเคี่ยวซุปหัวหอมมาให้ เดี๋ยวทานซะหน่อยนะครับจะได้โล่งคอโล่งจมูก ทำให้หลับสบายขึ้น” ดวงตาคมหวานยิ่งหวานจัดเมื่อถูกพิษไข้รุมเร้า ประกายอ่อนเชื่อมที่ผ่านเข้ามาในหน่วยตาเรียวกว้างเรียกกำลังใจให้คนตัวเล็กได้นิดหน่อย แต่ยังไม่ทันจะซึ้งคุณจินก็เบือนคาซึยะไปหาคุณผู้หญิงคนสวยซะอย่างนั้น
“คุณคิมิโกะ อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันสิครับ”
“คิมิก็อยากอยู่นะคะ แต่ตอนค่ำนี้นัดคุณป๋าเอาไว้ค่ะตั้งใจว่าจะคุยเรื่องสำคัญด้วย เอาเป็นว่าคิมิขอเลื่อนคุณจินเป็นวันอื่นแทนได้ไหมคะ” นับเป็นโชคดีที่แขกสาวสวยเธอไม่สามารถอยู่ร่วมทานอาหารด้วยกันได้ คาซึยะชำเลืองมองคนที่จงใจหลบสายตาเขา ป่วยจนจะลุกจากเตียงไม่ได้แล้วยังกล้าคิดที่จะรั้งคนนอกเอาไว้กันคาซึยะอีกหรือคุณผู้ชาย!
“ได้เวลากลับแล้วค่ะ หายเร็วๆ นะคะคุณจิน เอาไว้วันหน้าคิมิจะมาเยี่ยมใหม่นะคะ”
“ครับผม....” ร่างโปร่งบางเคลื่อนไหวได้ว่องไว กระฉับกระเฉงสมกับเป็นสาวสมัยใหม่ คาซึยะขยับลุกขึ้นยืนหมายจะเดินไปส่งไม่คิดว่าคิมิโกะจะโน้มตัวลงไปหาร่างสูง รวดเร็วเกินกว่าที่จะหยุดยั้ง ริมฝีปากอิ่มตึงแตะลงบนกลีบปากอิ่มแดงของคนป่วยอย่างจัง แม้จะเป็นสัมผัสฉาบฉวยเพื่อบอกลาแต่ก็สามารถจุดประกายวาววับในหน่วยตาเรียวสวยได้ดียิ่งนัก
อาคานิชิ จินใจกระตุกแรงราวกับถูกกระชากด้วยมือยักษ์มารแต่ไม่ใช่เพราะจูบนั้น มันเป็นเพราะแววตัดพ้อจากลูกแก้วสีน้ำตาลเข้มนั่นต่างหาก
“เพราะแบบนี้ใช่ไหมครับ อาการคุณจินถึงดีขึ้นในชั่วข้ามคืน”
“พูดถึงเรื่องอะไร คุณจินไม่เข้าใจ”
“เพราะคุณคิมิโกะใช่ไหมครับ คุณจินถึงได้ดีขึ้นในชั่วข้ามคืน ผมพูดชัดเจนพอที่จะเข้าใจหรือยังครับ” ไม่น่ารักเลยคาซึยะ นิสัยไม่ดี พูดไม่เพราะ ทำตัวงี่เง่าปัญญาอ่อน คนตัวเล็กกร่นด่าตัวเองในใจ แทบลืมไปด้วยซ้ำว่าตัวเองควรจะเป็นฝ่ายง้อจิน ไม่ใช่ให้คนตัวสูงต้องผุดลุกจากเตียง ร้อนรนมาแก้ตัวกับเขาแบบที่กำลังเป็นอยู่
“มันไม่ใช่แบบนั้น”
“บอกกันตรงๆ ก็ได้นี่ครับ ที่คุณจินทำตัวเย็นชา เหินห่างกับผมมาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ความจริงมันไม่ใช่เพราะว่าคุณจินโกรธที่ผมโกหก แต่เป็นเพราะคุณจินไม่มีความรู้สึกอะไรให้ผมแล้วต่างหาก ผมไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยาก อยากให้เป็นยังไงก็เพียงแค่บอกกันมาตามตรง ไม่ใช่ปล่อยให้ผมทรมานอยู่กับความรู้สึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูด ได้แต่รอเวลาให้คุณอภัยให้ ในขณะที่คุณไม่คิดแม้แต่จะสนใจ”
“คาซึยะ”
“ผมจะกลับ”
“เดี๋ยวก่อน คาซึยะ ฟังคุณจินก่อน” บทบาทดูจะสลับกันอย่างสิ้นเชิง แต่นาทีนี้ดูเหมือนไม่มีใครสนใจจะหยุดคิดหรือแลกบทกันให้ถูกต้อง ร่างสูงใหญ่ส่งกระไอร้อนจากผิวเนื้อห่อหุ้มร่างเล็กบางไว้พร้อมกับที่คาซึยะดันร่างตัวเองออก คาซึยะไม่มีทางหลุดพ้นจากอ้อมกอดที่รัดแน่นด้วยความกลัวไปได้ในเมื่อใจเขาลึกๆ นั้นไม่ได้อยากไปจริงๆ หากความขัดเคืองใจก็ทำให้เด็กหนุ่มใช้ฝ่ามือดันอกกว้างไว้สุดแรงแขน
“มันไม่ใช่อย่างที่คาซึยะเข้าใจนะ คุณจินไม่ได้คิดแบบนั้น”
“ก็ไม่ได้คิดไงครับ คุณไม่คิด ไม่รู้สึกอะไรเลย ผมพูดผิดตรงไหน”
“ผิดตรงที่คาซึยะกำลังกล่าวหาคุณจินน่ะสิครับ คุณจินไม่ได้ไม่รู้สึก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราคุณจินยิ่งกว่ารู้สึกเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่า....เพียงแต่....” ร่างสูงหอบหายใจหนัก ร่างกายเขาอยู่ในภาวะที่อ่อนแออย่างเหลือเกิน เรี่ยวแรงลดไปจากตอนสุขสบายดีกว่าครึ่ง แค่ลุกขึ้นยืนพื้นก็หมุนเหวี่ยงเอียงวนจนจะล้มให้ได้อยู่แล้ว มาออกแรงจนเหงื่อแตกซิกแบบนี้ อาการหน้ามืดมันเลยฉวยโอกาสเล่นงานแบบไม่ไว้หน้า
“คุณจิน!” พอเห็นว่าเจ้านายหนุ่มเซเจียนจะล้ม คาซึยะก็กลับเป็นฝ่ายยึดร่างหนาเอาไว้เสียเอง เด็กหนุ่มใจหายจนลืมโกรธ ยิ่งเห็นเปลือกตาคมปิดพับ สีหน้าทรมานเพราะพิษสงของความเจ็บป่วย คาซึยะก็รู้สึกเหมือนจะกลายร่างเป็นวุ้นเสียให้ได้ ประคองเจ้าของบ้านมานอนบนเตียงได้สำเร็จก็จะออกไปหาผ้าขนหนูมาเช็ดตัวลดไข้ให้คนป่วย แต่จินยังไม่ต้องการ ในเวลานี้เขาไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น นอกจากความเข้าใจระหว่างตนเองกับร่างเล็ก มือขาวจัดจับแขนเล็กไว้แน่น ออกแรงรั้งไว้จนผิวเนื้อขาวเนียนขึ้นรอยแดง คาซึยะไม่ทักท้วงสักคำ
“อย่าไป อยู่กับคุณจิน”
“ผมจะไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้คุณ”
“คุณจินไม่เป็นไรแล้ว คาซึยะไม่ต้องห่วง” พูดเหมือนสั่งแล้วมันระงับความห่วงใยของเขาได้ คาซึยะไม่อยากฟังคำกล่าวนั้นหรอก แต่อาการแนบแก้มกับฝ่ามือเขามันชวนให้ใจอ่อนเกินไป เลยยอมนั่งเป็นเพื่อนคนป่วยเงียบๆ อาคานิชิ จินใช้เวลารวบรวมเรี่ยวแรงและกำลังใจไม่นานก็ดันตัวเองลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ใบหน้าหล่อจัดแดงเรื่อ ปากอิ่มสีเลือดยิ่งให้สีแดงสด ยามมันเผยอนิดๆ เพื่อคลายไอร้อนก็ชวนให้คนมองใจอ่อนได้อีกเช่นกัน
“รู้สึกดีขึ้นหรือยังครับ”
“ถ้าคุณจินดีขึ้นแล้ว คาซึยะจะไป คุณจินจะยอมป่วยต่อไปเรื่อยๆ ให้พิษไข้มันเล่นงานคุณจินจนกว่าเราจะเข้าใจกัน” คุณพี่เลี้ยงย่นคิ้วผูกกัน ไม่ชอบใจนักที่ได้ยินความเอาแต่ใจแบบเด็กน้อยของท่านประธานบริษัท เขาเป็นห่วงแทบตายแต่เจ้าตัวกับเอาเรื่องโรคภัยมาล้อเล่น มันน่าทุบให้น่วมนัก
“คุณจินยังอยากให้เราเข้าใจกันอยู่หรือครับ ผมนึกว่าคุณจะโกรธจนไม่ยอมมองหน้าผมแล้วเสียอีก”
“คุณจินไม่ได้โกรธ...” ถูกดวงตาเรียวงามมองย้อน จินก็พรายยิ้มเนือย “คุณจินอาจจะเคืองในตอนแรกที่ได้รู้เรื่อง แต่ก็ยืนยันได้ว่าไม่ได้โกรธแค้นสิ่งที่คาซึยะทำลงไปเลย ตรงกันข้าม คุณจินรู้สึกโกรธตัวเอง อายตัวเอง ที่ทำให้คาซึยะต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้เพียงลำพัง” เมื่อมีโอกาสได้พูดความในใจ เจ้านายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะฉกฉวยมันไว้ ใช้มันให้เกิดความเข้าใจอันดี เมื่อเห็นเจ้าของดวงตาเรียวระยับ จินก็รู้ว่ามันหมดเวลาของความทรมานแล้ว
“เหมือนที่คาซึยะเคยเตือนไว้ เพราะคุณจินใจดีเกินไปเลยทำให้ใครต่อใครเกิดความหวังกับน้ำใจที่คุณจินมอบให้ ยิ่งกว่านั้นเพราะคุณจินไม่เด็ดขาด แค่ผู้หญิงคนเดียวก็ไม่สามารถทำให้เขาเข้าใจแล้วไปจากเราด้วยดีได้ ทั้งที่มองเห็นทางออกแต่ก็ไม่ได้ทำให้มันจบ ความใจอ่อนของคุณจินเป็นสาเหตุให้คาซึยะต้องถูกทำร้าย”
“มันเป็นความคิดของผม ไม่เกี่ยวกับคุณนะครับ”
“เพราะคุณจินบีบให้คาซึยะต้องทำแบบนั้นต่างหากล่ะ”
“คุณจิน ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะคิดมากขนาดนี้” ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ ความอ่อนโยนที่คาซึยะโหยหากลับคืนมาสู่ใบหน้าขาวในรูปแบบของรอยยิ้มบางเบาและดวงตาคมลึก
“คุณจินยืนยันว่าไม่ได้โกรธ คาซึยะอยากปกป้องความรักของเรา แบบนี้แล้วคุณจินจะโกรธคาซึยะได้ยังไง” คนฟังอมยิ้มจนแก้มบุ๋ม หยาดน้ำใสคลอพรางดวงตาคู่สวย แม้จะเป็นน้ำตาแต่จินก็มั่นใจว่ามันเป็นสัญญาณของความยินดีมากกว่าสิ่งใดทั้งหมด
“ยกโทษให้คุณจินนะ” คนตัวบางทำเสียงครางยาว เชิดกลีบปากได้น่าทำร้ายนัก
“นะครับ”
“แล้วก็ไม่ยอมพูด ไม่ยอมมองหน้า”
“โธ่ ก็คุณจินไม่รู้จะทำยังไงนี่นา อายตัวเองก็อาย รู้สึกแย่ก็เท่านั้น พอคาซึยะไม่ยอมยิ้มให้เหมือนทุกที คุณจินก็ยิ่งประหม่า คิดอยู่ตลอดว่าตัวเองเป็นคนไม่ดีเลยไม่กล้าเสนอหน้าไปหา ทั้งที่คิดถึงจะตายอยู่แล้ว คุณจินไม่เคยอิจฉาลูกมากเท่านี้มาก่อนเลย จินจินอยากเจอก็ไม่ต้องมีเหตุผลมากมายแค่คิดถึงพี่คาซึยะก็ไปหาได้ เจอหน้าก็ได้กอด ได้หอม ผิดกับพ่อที่ต้องอดใจแทบแย่”
“ถ้าผมไม่มาหา คุณจินจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปหรือครับ”
“ไม่ ความอดทนของคุณจินหมดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่สังขารมันไม่เอื้อเลยเป็นโอกาสให้คาซึยะมาง้อคุณจินแทน ดีใจจังเลย” พออยู่กับเด็กก็ชอบพูดจาเลียนแบบเด็กให้คนรักเด็กนึกเอ็นดู คาซึยะงับกลีบปากอิ่มแรงๆ ไม่กลัวว่าจะติดหวัดติดไข้แต่ก็กลายเป็นคุณผู้ชายเสียเองที่เป็นคนหลบเลี่ยง
“เดี๋ยวครับคนเก่ง”
“ทำไมครับ กลัวผมติดไข้หรือ...” ไม่ต้องเสียเวลาถามหรอกว่าคุณจินจะอยากจูบคาซึยะหรือไม่ เมื่อคาซึยะอยากจูบคุณจินก็ต้องรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ไอ้การที่คุณจินปฏิเสธจูบเขาเนี่ยมันต้องมีเหตุผลที่สำคัญมากพอนะ คุณจินยิ้มอ้อน “ไม่กลัวหรอก คุณจินใจร้ายอยากให้คาซึยะเป็นไข้ด้วยกัน” คุณพ่อลูกหนึ่งหัวเราะชอบใจเมื่อคาซึยะดึงมือหนี “ล้อเล่นน่า คุณจินอยากพูดอะไรกับคาซึยะก่อน เพราะ....ถ้าอยู่ใกล้กันมากกว่านี้ คุณจินกลัวว่าจะสนใจอย่างอื่นจนลืมเรื่องที่ตั้งใจ”
“อยากพูดเรื่องอะไรครับ”
“คุณจินขอได้ไหม ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าทำแบบที่ผ่านมา อย่าให้ตัวเองต้องถูกทำร้าย อย่า...เอาตัวคาซึยะเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้อีก คุณจินขอแค่นี้ คาซึยะให้ได้ไหม” ให้ได้สบายอยู่แล้ว ปกติคาซึยะก็ไม่ค่อยอยากเอาหน้าไปรับฝ่ามือหรือกำปั้นของใคร นานทีหรอกถึงจะมีพลาดบ้าง แล้วก็ไม่เคยมีครั้งไหนนอกจากกรณีของพี่น้องนรกที่คาซึยะจะยอมเจ็บตัว แต่เมื่อคิดถึงผลที่ได้รับกลับมา....กลีบปากสีอ่อนคลี่ยิ้มซน มันก็คุ้มค่าละนะ
“คิดนานจังเลย สรุปที่คุณจินขอ คุณพี่เลี้ยงจะให้ได้ไหมครับ”
“ให้ได้ครับ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“มีข้อแลกเปลี่ยนด้วย” คาซึยะยิ้มกว้าง โคลงหัวไปมาแล้วก็โฉบวางคางซุกไว้กับไหล่กว้าง ยามที่ริมฝีปากเล็กขยับพูด เสียงนั้นจึงดังอยู่ข้างหูจิน ได้ยินและเข้าใจชัดเจนนัก “ผมขอให้คุณจินพูด...ทุกเรื่องกับผม ไม่ว่าจะเรื่องดี เรื่องร้าย สงสัยข้องใจ หรือแม้แต่ไม่พอใจเรื่องไหนก็ตาม ถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากให้คุณจินเก็บเอาไปคิดคนเดียว เพราะมันคงทำให้เราเสียเวลาโดยใช่เหตุ ที่สำคัญลืมไม่ได้เลยคือห้ามจูบคนอื่นแล้วก็ห้ามให้คนอื่นขโมยจูบด้วย ข้อแลกเปลี่ยนของผมง่ายๆ แลกกันนะครับ”
“จะแลกดีไหมนะ คุณจินรู้สึกตัวเองเสียเปรียบยังไงไม่รู้ ได้มาแค่ข้อเดียวแต่ต้องให้ไปตั้งหลายข้อ”
“อ้าว จะไม่แลกหรือครับ” คาซึยะหรี่ตามอง คิดว่าคนตัวสูงจะรับข้อเสนอของเขาทันทีเสียอีก
“แลก แต่อยากมีรางวัลทดแทนด้วย”
“ผมรู้แล้วว่าจินจินติดนิสัยฉลาด....แกมโกงมาจากใคร”
“จากใครละครับ” คนเขาค่อนแล้วยังมาทำหน้าเป็น คาซึยะก็รู้น่ะนะว่าคุณผู้ชายบ้านนี้เขามีประวัติในเชิงชู้สาวเข้มข้นขนาดไหน แต่ไม่คิดว่าแม้แต่พิษไข้ก็ยังไม่สามารถลดทอนความสามารถนั้นได้! กำปั้นขนาดเท่าหัวใจเจ้าของส่งเข้ากลางอกคนเจ้าเล่ห์เน้นๆ คนป่วยสะดุ้ง แล้วก็กลายเป็นไอหน้าดำหน้าแดง ร่างสูงซวนซบลงกับเบาะหนานุ่มขดตัวงอเพื่อบรรเทาอาการไอ
“คุณจิน ผมขอโทษครับ ผม...ไม่ได้ตั้งใจ........อ๊ะ!........คุณจิน” เสียรู้คนเจ้าเล่ห์เป็นรอบที่ร้อยได้แล้วกระมังคาซึยะ นายเพิ่งบอกตัวเองไปว่าอาคานิชิ จินซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไว้มากแค่ไหน ไม่น่าลืมเลย
“ทำร้ายร่างกายคนป่วย ต้องโทษสถานใดถึงจะเหมาะสมนะ”
“ถ้ารู้ว่าจะต้องรับโทษ ผมจะทำให้เจ็บกว่าเมื่อกี้สักสิบเท่า”
“คาซึยะ กล้าทำให้คุณจินเจ็บหรือครับ”
“...........................” แย่ แย่มาก อาคานิชิ จินกล้าถามเขาแบบนี้ได้ยังไง มือบางกำคอเสื้อของคนตัวสูงแน่น รั้งลงมาหาด้วยสีหน้าท้าทายแล้วฟันลมก็กัดลงบนกลีบปากแดงเต็มแรง จินครางเครือในคอ ความเจ็บพอรู้สึกได้บ้างแต่ที่มากกว่านั้นคืออาการเสียววาบที่แล่นปราดตรงกลางลำตัว พ่อหม้ายหนุ่มผ่อนลมหายใจที่เริ่มร้อนเกินอุณหภูมิคนมีไข้ มันร้อน ร้อนรุ่มจนจินไม่คิดว่าจะมียาตัวไหนบรรเทาหรือรักษาให้หายได้ นอกจากจูบหวานๆ ผิวเนื้อขาวๆ และแรงรักจากคนที่ก่อให้มันเกิด
“อยากรักคาซึยะ”
“ครับ?”
“คุณจินอยากรักคาซึยะจะตายอยู่แล้ว” คาซึยะที่เก่งกาจ เมื่อมาเจอของจริง เหตุการณ์จริงก็ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนหน้านี้เขาเคยแกล้งยั่วให้อีกฝ่ายคลั่งให้เห็น เคยชอบใจที่ตัวเองมีอิทธิพลเหนือนายจ้าง แต่เวลานี้...ในห้องส่วนตัวที่บรรยากาศแสนจะเป็นใจ ความจริงจังที่คุณจินแสดงออกทั้งน้ำเสียงและแววตามันแปรความกล้าของเขาให้กลายเป็นความประหม่าเสียสิ้น คนตัวเล็กไม่นึกรังเกียจความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนที่รัก แต่ปัญหามันมีอยู่ว่าคาซึยะ....เขิน.... - - -
“ได้ไหม ให้คุณจินรักคาซึยะได้ไหม”
“ถ้าบอกว่าไม่ได้ จะยอมหยุดหรือครับ”
อาคานิชิ จินกระตุกยิ้ม แล้วก็ตอบคาซึยะเป็นอวัจนภาษาผ่านสัมผัสเร่งเร้าที่ทำให้ร่างบางร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง ริมฝีปากแดงสดเหยียดเป็นเส้นตรง แม้ว่าเขาจะได้รับความยินยอมพร้อมใจจากคนที่นอนหอบหน้าแดงอยู่เบื้องล่างแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมมอบจุมพิตให้กับกลีบเนื้อนั้น ชายหนุ่มพอใจที่จะได้ยินเสียงครางเครือด้วยความทรมานปนหวานลึกเมื่อเรียวนิ้วแกร่งพบกับเนื้อแท้นิ่มเนียนของแผ่นหลังเล็ก คาซึยะบดเบียดแอ่นร่างเข้าหาเปิดทางสำหรับการรุกราน ในยามนี้อะไรก็ไม่มีอิทธิพลกับเขาได้เท่าร่างสูงที่ทาบทับอีกต่อไป
“คุณจิน.....” ทรมาน ริมฝีปากคนตัวเล็กเย็นชืดแห้งผากจนต้องแลบลิ้นเลียเพิ่มความชุ่มชื่น เพียงเท่านั้นอาคานิชิ จินก็หมดความอดกลั้น เขาใช้ปลายนิ้วสอดลึกจนพบกับลิ้นเล็กน่ารักที่แสนยั่วเย้า คาซึยะไม่เข้าใจความต้องการของเขา ร่างบางเผลองับฟันลงกับสิ่งแปลกปลอมส่งผลให้จินรวดร้าวไปทั้งร่าง ความรู้สึกอยากปลดปล่อยแต่ยังไม่สามารถทำได้ในทันทียิ่งเพิ่มความคลุ้มคลั่งจนแทบไม่เป็นคน
“คาซึยะ ทำร้ายคุณจินเหลือเกิน”
คนตัวเล็กรับเขาเข้าสู่ความอบอุ่น นุ่มนวลและหวานล้ำ
จูบซับเสียงครางจากกลีบปากชุ่มฉ่ำก่อนจะกระซิบถ้อยคำฝากรักแผ่วเบา
รัก รัก และรัก นับร้อยนับพันคำ
The End ……. ^^
Fanismz : ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ (โค้ง)