คุณจินยืนอยู่ตรงนั้น
ระยะห่างระหว่างจุดที่คุณจินยืนกับจุดที่คาซึยะกำลังยืนอยู่ไม่มากเกินห้าเมตร แต่ทำไม...เขาถึงได้รู้สึกว่ามันช่างไกล ไกลจนไม่กล้าที่จะเอื้อมมือออกไปหา สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอย่างนี้คงไม่พ้นความกลัว กลัวว่าความอ่อนแอของผู้หญิงคนหนึ่งจะทำให้คุณจินเลือกที่จะตัดใจหันหลังให้ความในใจของคาซึยะ โดยเฉพาะในเวลาที่คนตัวสูงมีผู้หญิงคนนั้นร่ำไห้อย่างน่าสงสารอยู่ในอ้อมอก คาซึยะไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวเหลือเกินว่าคุณจินจะหันกลับมาแล้วพูดบทของพระเอกผู้แสนดีในละครน้ำเน่าที่เคยเห็นผ่านตา ชายหนุ่มผู้ใจดี อ่อนโยนที่ไม่สามารถทิ้งให้หญิงสาวร้าวระทมกับความรักที่แตกสลายและชีวิตที่ขาดสิ่งยึดเหนี่ยวได้ เพราะถ้าคุณจินทำแบบนั้น คาซึยะก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถควบคุมจิตใจฝ่ายต่ำได้อีกต่อไปหรือไม่
อายูคาว่า มิโดริ ร้ายกาจไม่ผิดจากที่คาซาริเคยเตือน ผู้หญิงคนนี้ใช้ประโยชน์จากเรื่องบังเอิญเพื่อเรียกร้องความเห็นใจของคุณจินไม่พอ ยังกล้าทำร้ายตัวเองเพื่อให้ตนเองชนะคาซึยะ ลงทุนเอาความเป็นความตายเข้าแลกแบบนี้แสดงว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตัวเองก็คงไม่กลัว อย่างนั้นสินะ
คาซึยะคงจะสงสารปนสมเพชหากหญิงสาวเฝ้ารักและชื่นชมคุณจินอย่างคนธรรมดา รู้จักพอ รู้จักยอมรับความจริง แต่ประเภทแพ้แล้วไม่ยอมแพ้ ปล่อยให้ตัญหาและความอยากได้ใคร่มีเข้าครอบงำจนทะเยอะทะยานเกินตัว ทำเหมือนคนสิ้นคิด ไร้สติแบบนี้ คาซึยะก็หมดใจที่จะเมตตา คำว่ากรุณาที่เคยคิดจะมอบให้อายูคาว่า มิโดริมันหมดไปนับตั้งแต่วินาทีนี้ ชั่ววินาทีที่ดวงตากลมโตคู่นั้นมันพุ่งข้ามไหล่คุณจิน ตรงมาประสานสายตากับเขาอย่างสาสมใจ
คาซึยะตัดสินใจได้ฉับพลัน จบมันซะคาซึยะ ทุกเรื่องที่วุ่นวายใจนายอยู่ตอนนี้
กำจัดมันซะให้หมด อย่าให้เหลือ!
คาซึยะนั่งรออยู่ด้านนอกเกือบชั่วโมงกว่าร่างสูงจะพาสีหน้าอ่อนระโหยมาทรุดลงข้างๆ จินถอนหายใจยืดยาวราวกับต้องการจะคลายความอึดอัดในอก เขาปวดหัวรุนแรง รู้สึกเหมือนเส้นเลือดทุกเส้นบนศีรษะมันบวมเป่งและบีบตัวทุกจังหวะที่หายใจเข้าออก ชายหนุ่มรู้สึกอ่อนล้าจนต้องปล่อยให้คนตัวเล็กจับให้ซบลงกับตักอุ่น
“หลับตาสักพักนะครับ”
“คุณจินทำพลาดอีกแล้ว”
“ห้านาทีครับ ผมขอให้คุณจินหลับตาอยู่เงียบๆ สักห้านาที ถึงตอนนั้นแล้วค่อยคุยกัน นะครับ” มือบางวางปิดเปลือกตาเขาไว้ บังแสงจากหลอดไฟสีอ่อนที่ติดข้างผนังของห้องรับรองแขก จินทอดถอนลมหายใจผะแผ่ว ปล่อยให้ความรู้สึกผ่อนคลายค่อยเข้ามาทักทายพร้อมแรงนวดที่ค่อยคลึงเบาๆ ไปตามหัวคิ้ว ขมับและทั่วศีรษะ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว อาจจะนานเกินกว่าห้านาทีที่คาซึยะขอ แต่ก็ไม่มีใครสนใจจะทักท้วง ชายหนุ่มซุกใบหน้าเข้ากับหน้าท้องแบนราบ วาดแขนโอบเอวบางไว้แนบแน่น
“จินจินจะหลับหรือยังนะ”
“ตอนนี้มัน....เที่ยงคืนกว่า คงนอนแล้วล่ะครับ คาซาริโทรมาบอกตั้งแต่ตอนสี่ทุ่มว่าจะนอนกันแล้ว”
“ขอโทษนะ เลยต้องลำบากคุณคาซาริเลย” มือบางสอดเข้าไล้ท้ายทอยได้รูปเล่น เสียงที่เอ่ยต่อกันดังเบานักในยามค่ำคืน คาซึยะไม่อยากให้คนป่วยในห้องด้านในตื่นขึ้นมาเรียกร้องหาคุณจิน อย่างน้อยก็ในเวลานี้ ตอนที่คุณผู้ชายของเขากำลังเหนื่อยใจอย่างแสนสาหัส
“ไม่ลำบากหรอกครับ ดีเสียอีก คาซึจังจะได้มีเพื่อนดูทีวี เด็กสองคนนั้นถึงจะชอบเขม่นกันบ้างในบางครั้งแต่พอให้เล่นอยู่ด้วยกันเพลินๆ ก็เข้ากันดี ผมจัดของเตรียมเสื้อผ้าไปให้แกด้วยแล้ว พรุ่งนี้คาซาริคงพาไปโรงเรียนพร้อมกันเลย”
“ถ้าไม่มีคาซึยะ คุณจินจะเป็นยังไงนะ” คุณจินอาจจะสบายกว่านี้ อาจจะยังไม่โดนคุณครูคนสวยรุกหนักเพราะเธอคงจะใจเย็นค่อยเดินหน้าความสัมพันธ์เหมือนที่ผ่านมา เมื่อไม่เห็นว่ามีคู่แข่งให้เธอต้องรีบร้อนแสดงตัวเธอก็คงจะใจเย็นกว่านี้ รอบคอบกว่านี้ และบางทีคุณจินก็อาจจะเห็นความดีของเธอในวันหนึ่ง แต่นั่นหมายถึงกรณีที่ว่า....ถ้าไม่มีคาซึยะ
“อย่าคิดถึงตอนไม่มีสิครับ คิดว่าตอนนี้คุณจินมีผมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคาซึยะก็จะไม่ไปไหน จะอยู่กับคุณจินตรงนี้ ดีไหมครับ”
“ดีที่สุดเลย” เขายืนยันคำกล่าวด้วยจูบหนักๆ กลางฝ่ามือเล็ก ในยามที่จิตใจอ่อนล้าอย่างที่สุดการที่ได้อยู่กับคนที่เข้าใจดูจะเป็นวิธีการเยียวยาที่ดีที่สุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคำปลอบโยนฟุ่มเฟือย แค่ได้นอนหลับตาฟังเสียงเคลื่อนไหวจากปลายนิ้วของคนที่รักความทุกข์ที่ทับถมมันก็ดูจะยกตัวออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่การจมอยู่กับความท้อแท้ใจไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ อาคานิชิ จินยอมให้ความอ่อนแอครอบงำเขาเพียงครู่เดียวก็ดันตัวลุกขึ้นนั่ง สอดมือเข้ากับท้ายทอยเล็ก รั้งให้เจ้าของใบหน้าใสโน้มกายเข้ามารับรางวัลจนลมหายใจเกือบจะขาดห้วง
“มิโดริจังอาจจะยังทำใจไม่ได้ในตอนนี้ คุณจินอาจจะต้องคอยดูแลเธอไปก่อนจนกว่า...อะไรๆ มันจะดีขึ้น คาซึยะรอได้ไหม คุณจินขอเวลาในการจัดการเรื่องนี้ไม่นาน” คาซึยะมีคำตอบของตัวเองชัดเจนแต่ก็ไม่อยากโกหกคุณจินให้รู้สึกผิดพอกับที่ไม่อยากให้คุณจินหนักใจ ร่างเล็กก็ซ่อนใบหน้าไว้กับไหล่กว้าง ทำตัวเหมือนเด็กว่าง่ายให้คุณจินตีความเอาเอง
“รอได้นะ”
คาซึยะรอได้ แต่เขาไม่คิดจะรอ !
อายูคาว่า มิโดริรู้สึกตัวอีกครั้งตอนสายของวันใหม่ พยาบาลเวรเข้ามาถอดสายน้ำเกลือออกได้ไม่นาน ฤทธิ์ยานอนหลับแบบอ่อนที่แพทย์ให้ไว้ก็เริ่มคลาย เปลือกตาบางใสสั่นพลิ้วก่อนจะค่อยปรือมองเพดานห้องสีครีมอ่อน หัวคิ้วเรียวย่นเข้าหากันเมื่อเห็นกรอบร่างลางเลือนในสายตา ก่อนจะค่อยระบายรอยยิ้มหมองเมื่อคิดได้ว่าอาคานิชิ จินอยู่กับหล่อนจนถึงตอนที่มิโดริเผลอหลับไปเพราะฤทธิ์ยา มันได้ผล เขากลับมาหาหล่อนจริงและคงจะไม่กล้าทิ้งหล่อนไปไหนอีกนาน มิโดริคิดอย่างพอใจ หล่อนจะใช้เวลานั้นเปลี่ยนความสงสารของเขาให้เป็นความลุ่มหลงให้ได้
มือบางที่ยังมีผ้าพันแผลยกขึ้นคล้ายจะเอื้อมไปหาแล้วก็ได้สัมผัสเย็นเฉียบตอบรับกลับมา มิโดรินิ่วหน้าเมื่อถูกอีกฝ่ายกดแรงย้ำลงกับข้อมือที่เพิ่งได้บาดแผลเพิ่มมาเมื่อคืน หญิงสาวกะพริบตาปรับความพร่าเลือนให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น กรอบร่างสีเข้มที่เห็นในตอนแรกนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่เธอคิดแต่เป็นหนุ่มน้อยร่างเพรียวบางในชุดเชื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงยีนส์สีเดียวกัน ใบหน้าเรียวได้รูปประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา หากแววตาที่ส่งให้เธอกร้าวและกระด้างนัก
“คาเมนาชิ”
“จำผมได้ แสดงว่าสมองคุณปกติดี”
“ฉันไม่ได้บ้า”
“แต่ก็กล้ากรีดข้อมือตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนของคนอื่น คุณไม่กลัวตายสินะ อายูคาว่า มิโดริ” ไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์ประดอยคำพูดให้หวานหูกันอีกต่อไปแล้ว เมื่อตั้งใจจะจบเกมส์ ก็ไม่ควรเหลือเรื่องใดไว้ให้ค้างคาใจกันได้อีก มือเล็กขาวเนียนแต่เรี่ยวแรงไม่ต่างกับผู้ชายตัวโตกดย้ำแรงลงกับผ้าพันแผลสีขาว มิโดริครางเสียงสั่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามเรียวแขน ทรมานหล่อนยิ่งกว่าตอนที่ตัดสินใจใช้เศษแก้วเฉือนเส้นเลือดของตัวเองเสียอีก
“ปล่อยนะ ถือดียังไงมาทำแบบนี้กับฉัน”
“ผมทำได้มากกว่านี้อีก คุณครู” มิโดริประมวลผลคำขู่นั้นไม่ทันจบ ร่างทั้งร่างก็ปลิวตามแรงกระชากจากมือเพียงข้างเดียว หญิงสาวจิกเท้ากับพื้น เมื่อเห็นว่าคู่อริกำลังพาเธอมุ่งหน้าไปทางใด “นี่ ถ้าไม่ปล่อย ฉันจะร้องให้คนช่วยนะ คาเมนาชิ ฉันบอกให้ปล่อย โอ๊ย....”
คาซึยะปล่อยร่างนั้นให้เซไปตามแรงเหวี่ยงจากแขนเขา คนไข้สาวในชุดของโรงพยาบาลปะทะกับขอบระเบียงและเพียงแค่เห็นท้องฟ้าด้านนอก มิโดริก็รู้ได้ในทันทีว่าห้องพักฟื้นของหล่อนนั้นมันอยู่บนตึกสูง...สูงมาก แค่เห็นตึกรามบ้านเรือน สิ่งก่อสร้างที่ถูกลดขนาดจากความเป็นจริงหล่อนก็แทบเข่าอ่อน สองขาสองมือสั่นเทา ท้องไส้ปั่นป่วน รู้สึกเหมือนในอกมีหลุมอากาศขนาดมหึมาหมุนคว้างจนจังหวะการหายใจแปรปรวน ร่างบางกลั้นใจถลาจะกลับเข้าไปในห้องแต่คาซึยะขวางทางหล่อนไว้ ไม่มีคำว่าปรานีหากคาซึยะหมดใจที่จะเมตตา ปลายนิ้วแข็งกดย้ำลงบนไหล่บอบบาง ยิ่งเห็นมิโดริเซนเซหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวรอยยิ้มพอใจก็ยิ่งบานเต็มสองแก้ม
“ข้างนอกนี่อากาศดีกว่าข้างในเยอะเลยนะ คุณว่าไหม”
“ถอย....ไป....”
“วิวสวย ตึกสูง ลมพัดเย็น แต่คนป่วยมายืนชมวิวทั้งที่ยังไม่แข็งแรง อาจจะพลาด...ลอยตกลงไปได้ง่ายๆ” ดวงตากลมโตเบิกค้าง มิโดริไม่กล้าหันกลับไปมองด้านหลังพอกับที่ไม่อยากมองใบหน้าพรายยิ้มของคาเมนาชิ คาซึยะ ไม่ต้องหยุดคิดให้ตัวเองกลายเป็นคนโง่ต่อให้บื้อใบ้กว่านี้สิบเท่า มิโดริก็พอจะเดาความหมายในประโยคเรียบเรื่อยนั่นออก หญิงสาวหอบหายใจหนัก พิษบาดแผลเล่นงานข้อมือหล่อนให้ปวดหนึบและความกลัวก็กำลังเล่นงานหล่อนจนแทบฝืนยืนไม่อยู่ คาเมนาชิ คาซึยะเอาจริง สายตาของไอ้เด็กโรคจิตมันบอกหล่อนอย่างนั้น
“ถ้าฉันตกลงไป แกก็จะเป็นฆาตกร...”
“ฆาตกรคือคนที่ทำให้คุณตกลงไป แต่นี่คุณพลัดตกลงไปเอง จะมีฆาตกรได้อย่างไรล่ะ คุณครู”
“....ถ้า...ถ้าฉันตายแบบนั้น คุณจินก็จะรู้สึกผิด เขาจะต้องโทษตัวเองว่าทำให้ฉันต้องฆ่าตัวตาย แล้วเขาก็จะอยู่กับความคิดนั้นไปจนตาย แก...ก็จะไม่มีวันมีความสุข” วงหน้าหวานเผยรอยยิ้มเป็นต่อเมื่อคาซึยะลดแขนลงข้างตัว แต่ชัยชนะของมิโดริเซนเซยังอยู่ไกลแสนไกลนัก “เพราะการมีอยู่ของคุณ มันทำให้คนของผมทุกข์ใจ จนแทบจะหาความสุขเหมือนวันเดิมๆ ไม่ได้ เพราะฉะนั้น....ถ้าจะทำให้คุณหายไปเสีย แล้วแลกกับความโศกเศร้าของคุณจินเพียงแค่ชั่วคราว ผมว่ามันคุ้มนะ”
“โรคจิต แกมันบ้าไปแล้ว! ไม่มีใครเค้าคิดฆ่าแกงกันง่ายๆ หรอก”
“อีกไม่นานคุณจินก็จะลืมคุณ ถ้าโลกหลังความตายมีจริง หวังว่าวิญญาณคุณคงวนเวียนอยู่จนถึงวันนั้นนะ” มิโดริถลันเบียดจะกลับเข้าห้อง แต่ความตั้งใจของเธอถูกกีดกันด้วยท่อนแขนเรียว คราวนี้คาซึยะลากร่างเล็กออกมาจนชิดขอบระเบียง กดท้ายทอยครูสาวให้ก้มลงมองลงไปเบื้องล่าง ยิ่งมิโดริดิ้นรนไขว่คว้าหาโอกาสรอด เสียงหัวเราะก็ยิ่งดังไม่มีหยุด “อยากตายนักไม่ใช่หรือ เพียงเพราะอยากได้ของๆ คนอื่นถึงกับกรีดข้อมือตัวเอง ทำร้ายร่างกายที่พ่อกับแม่ให้มา เมื่อคืนยังไม่มีความรู้สึกรักตัวเองเลย ทำไมคราวนี้ถึงเกิดอยากกลัวตายขึ้นมาล่ะ”
“ไม่นะ....ปล่อย ปล่อยฉัน.....” เสียงนั้นเพ้อสั่นจนแทบฟังไม่ออก มันเป็นความผิดพลาดของอายูคาว่า มิโดริที่เผลอแสดงจุดอ่อนให้คาซึยะจับได้เมื่อวันก่อน แล้วคนเลวๆ แบบเขาก็ไม่ลังเลที่จะฉกฉวยความกลัวของอีกฝ่ายมาใช้ให้เป็นประโยชน์ มิโดริกลัวความสูงจับจิต คาซึยะไม่รู้ว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรแต่เขาก็ยินดีเมื่อมันทำให้ผู้หญิงคนนี้ดิ้นรนราวกับบ้าคลั่ง มือบางป่ายปะจิกเล็บข่วนลงบนแขนขาว สะบัดเร่าด้วยความกลัวที่กำลังคุกคามรอบตัว ม่านตาดำขยายจนแทบมองไม่เห็นตาขาว คาซึยะหัวเราะเสียงต่ำ
“กลัวทำไม มันไม่ทันเจ็บหรอก กระแทกตุบเดียว ทุกอย่างก็จบ”
“อย่า ไม่ อย่าทำฉัน.....”
“ผมรำคาญ ไม่อยากพูดเรื่องเดิมซ้ำวาก ปล่อยคุณไว้ เดี๋ยวคุณก็ไปกลับไปทำให้คุณจินหนักใจอีก”
“ไม่ ไม่อีกแล้ว ฉันจะไม่ทำ ไม่ยุ่งกับเขา ปล่อยฉันเถอะ นะ ขอร้อง ฉันขอร้อง...” น้ำตาหยดใสไหลเป็นทางยาว อายูคาว่า มิโดริรูดตัวลงไปกองกับพื้น ระล่ำระลักขอความเมตตาแทบไม่เป็นคำ คาซึยะรู้สึกถึงสัญญาณบางอย่างที่เร่งให้เขาต้องจบเกมนี้เสียที ร่างบางโน้มตัวลงไปใกล้ ส่งยิ้มหวานให้กับดวงตาสั่นระริกวาวน้ำ
“หวังว่าคุณจะไม่กลืนน้ำลายตัวเอง”
“...........................”
พลั่ก!
เพียงพริบตาเดียว ภาพทิวทัศน์กว้างไกลที่คาซึยะมองเห็นก็หมุนคว้างลับหายกลายมาเป็นผนังสีอ่อนของห้องพักด้านใน ร่างของเขาถูกจับล็อคจากด้านหลังแล้วถูกเหวี่ยงจนกระแทกเข้ากับขอบเตียงคนป่วย ความเจ็บแล่นร้าวขึ้นมาจากท่อนแขนขวา แต่เขามีเวลากับความมึนงงไม่มากนัก เสียงกรีดร้องของอายูคาว่า มิโดริ เรียกให้เขาต้องเงยหน้าขวับ อายูคาว่า ไทโยกำลังโจนเข้ามาหาเขาพร้อมกำปั้นที่เงื้อสูง
“จับมันไว้! จับมัน!” เสียงนั้นเสียดหูจนน่ากลัวว่าจะไม่ใช่น้ำเสียงของคนปกติ คาซึยะหลบจากจู่โจมของไอ้เด็กตัวผอม เขาสวนกำปั้นตอบแทนมันจนใบหน้านั้นสะบัด น่าเสียดายที่แขนข้างถนัดเจ็บ ไม่อย่างนั้นอายูคาว่า ไทโยจะไม่มีหน้ามาตวัดตามองเขาเช่นนี้แน่
“พอไม่มีลูกน้อง แกมันก็ไม่ต่างจากหมาตัวหนึ่งนั่นแหละ”
“ไม่เหมือนแกที่ไม่ว่าตอนไหน...แม้แต่หมาก็เป็นไม่ได้ใช่ไหม”
เสียงห้าวสบถดุเดือด เขารอเวลานี้มานานแล้ว เวลาของการเอาคืน ไอ้เด็กหน้าสวยที่ชอบนั่งบนหอคอยบงการให้ไอ้ลูกกระจ๊อกรองมือรองเท้าให้ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเมื่อคืนนี้ ไทโยยังคิด...ถ้าไม่มีลูกสมุนรายล้อม เขาคงจะหาโอกาสจัดการไอ้หน้าสวยนี่ได้ไม่ยาก ขายาวสาวเข้าหาจังหวะเดียวกับที่มิโดริปรี่เข้ามาเล่นงานคู่อาฆาตด้วยความคลั่งแค้น ครูสาวเคลื่อนไหวคล้ายบ้า การถูกกดดันให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวทำให้หญิงสาวเครียดถึงขีดสุด วินาทีที่หล่อนปล่อยน้ำตาให้รินไหล นั่นเหมือนได้ปลดปล่อยตัวตนอันตรายที่เฝ้าเก็บกดมาตลอด มิโดริคลุ้มคลั่ง ตรงเข้าทำร้ายคาซึยะเหมือนจะเล่นงานให้ย่อยยับเสียตรงนั้น
“จะฆ่าฉันเรอะ มีสิทธิ์อะไร แกมีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนั้น ไอ้ตัวซวย ไอ้มารความสุข ไอ้วิปริต” หล่อนกรีดเสียงร้องราวกับต้องการให้ประโยคเหล่านั้นมันเฉือนเนื้อของเด็กหนุ่มตัวขาวให้ขาดเป็นริ้วๆ คาซึยะถอยฉากเพราะแน่ใจอย่างเหลือเกินว่าเขาควรจะทำ....
“จับมันไว้ ฉันจะสั่งสอนมันที่บังอาจมาข่มขู่คนอย่างอายูคาว่า มิโดริ”
คนเป็นน้องชายที่โผล่พรวดมาทางด้านหลังล็อคแขนเขาไว้มั่น คาซึยะเม้มปาก กัดกรามข่มความเจ็บที่ถูกฝ่ามือบางฟาดเสียเต็มแก้มซ้ายขวา เด็กหนุ่มกลั้นลมหายใจ เขาอยากจะสะบัดไอ้เด็กเลวให้พ้นตัว อยากสั่งสอนหญิงบ้าเสียสติให้ร่วงลงไปหมอบใต้ฝ่าเท้า แต่สำนึกด้านหนึ่งมันบอกว่าควรต้องอดทน เขาจะต้องทน!
“คิดว่าตัวเองเป็นใครคาเมนาชิ คาซึยะ แกมันก็แค่เด็กโรคจิต วิปริต เบี่ยงเบนทางเพศ คุณจินเขาแค่เห็นแกหน้าตาดี น่าลองเหมือนของแปลกเลยหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราว แกมันก็ไม่ต่างจากแม่สาวสังคมที่เขาควงไปนั่นมานี่แล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ฉันนี่ มิโดรินี่ต่างหากตัวจริง ฉันที่รักเค้า ซื่อสัตย์และรอคอยเค้ามาถึงสองปี แกมีสิทธิ์อะไรมาขัดขวางความรักของเรา”
“คุณจินไม่เคยรักคุณ” มิโดริฟาดฝ่ามือซ้ำไปบนแก้มแดง ยิ่งเห็นคราบสีแดงสดซึมจากมุมปากบาง หล่อนยิ่งพอใจ ต้องสั่งสอน เอาให้มันเจ็บ ให้มันกลัว มันจะได้ไม่เสนอหน้ามาเป็นอุปสรรคทางรักของหล่อนอีก ดวงตาคู่โตเบิกกว้าง กลีบปากอิ่มสั่นระริก หล่อนเดินตัวสั่นเข้าจิกผมตรงท้ายทอยเล็ก กระชากอย่างไม่ปรานี
“เขารักฉัน เห็นไหม แค่ฉันแกล้งกรีดข้อมือตัวเอง เขาก็ทุรนทุรายรีบมาหาฉัน แกก็รู้นี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตายหรอก เรื่องอะไรฉันต้องเอาชีวิตมาทิ้งแบบไร้ค่าอย่างนั้น สิ่งที่ฉันทำก็เพื่อพิสูจน์ให้คุณจินรู้ใจตัวเอง เขาขาดฉันไม่ได้ เขายอมให้ฉันตายไม่ได้และอีกไม่นาน....ขอแค่ให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันอีกไม่นาน เขาก็จะรักฉันหัวปักหัวปำ!”
“เหมือนที่คุณใช้บาดแผลจากเรื่องทะเลาะวิวาทกับน้องชายตัวเองเพื่อเป็นข้ออ้างให้คุณจินรู้สึกผิด อย่างนั้นใช่ไหม”
“ใช่ แล้วยังไงล่ะ แกจะเอาไปฟ้องคุณจินอย่างนั้นหรือ แกคิดว่าจะมีโอกาสไหมล่ะคาเมนาชิ” ปลายเล็บแหลม จิกลงบนกล่องเสียงของคนตัวขาว คาซึยะนิ่วหน้า เจ็บจนต้องกระชากตัวเองออกห่างแต่อายูคาว่า ไทโยไม่ยอมให้เขาหลบเร้น มือผอมเกร็งขย้ำลงเหนือท่อนแขนข้างที่เจ็บจนร่างบางสะดุ้งเฮือก สองพี่น้องรุมกันสร้างบาดแผลให้ร่างเล็กจนคาซึยะมองเห็นขีดจำกัดของความอดทนที่เริ่มเลยต่ำลงมาเรื่อยๆ
“แค่ไม่มีแกเท่านั้น ถ้าเพียงแค่ไม่มีแก คุณจินก็จะต้องรักฉัน!!!”
“ไม่มีวัน!”
“...........”
อายูคาว่าพี่น้องสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองต้นเสียงที่กำลังก้าวยาวๆ เข้ามาด้วยความคาดไม่ถึง คาซึยะผ่อนลมหายใจยาว กะพริบตาเพียงแค่ไม่กี่ครั้งหยดน้ำตาก็หล่นกลิ้งผ่านผิวแก้มแดงช้ำ หยดแล้วหยดเล่า จินรู้สึกเหมือนหัวใจโดนมือมืดกระชากหลุดจากขั้ว ร่างสูงใหญ่คำรามในคอ ไม่สนใจว่าอายูคาว่าคนพี่จะกำลังตะลึงมองแล้วทำท่าว่าจะถลันเข้ามาหา ไม่สนใจอายูคาว่าคนน้องที่ขยับจะพูดอะไร ชายหนุ่มวางกำปั้นเน้นๆ ไปที่ใบหน้าตอบซีด รับเอาร่างบอบบางเข้ามากอดไว้เมื่อคาซึยะโผเข้าหา จินสำรวจร่องรอยของความเสียหายบนใบหน้าเรียวด้วยหัวใจที่ปวดปร่า ดวงตาของเขาร้าวราน ริมฝีปากของเขาถูกเม้มจนเป็นเส้นขาว
เจ็บ คุณจินเจ็บเสียยิ่งกว่าเจ้าของบาดแผลหลายเท่านัก
แขนยาวสอดประคองให้ร่างน้อยซุกอยู่ในอ้อมกอด มิโดริมองภาพนั้นด้วยหัวใจสั่นรัว อิจฉา ริษยา และเกลียดชัง ยิ่งเห็นมุมปากบางกดเป็นรอยยิ้มของชัยชนะแล้วหล่อนก็แทบจะถลาเข้าไปจิกๆ ข่วนๆ ให้มันได้แผลเหวอะหวะ หมดความน่าดู แต่มิโดริทำไม่ได้ หล่อนถูกสะกดไว้ด้วยดวงตาคมกริบ ดุดัน
“คุณจิน ไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจ เด็กคนนี้พยายามจะฆ่ามิโดริ มัน...มันตั้งใจจะผลักมิโดริตกตึก มันขู่ให้มิโดริเลิกยุ่งกับคุณ คุณต้องเข้าใจนะคะ....”
“คุณเองก็ต้องเข้าใจเหมือนกัน มิโดริเซนเซ” เสียงห้าวแต่เรียบจัด คล้ายไร้ความรู้สึกทำให้ร่างเล็กเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า มิโดริหอบหายใจ มือไม้สั่นจนเกินจะควบคุม หล่อนไม่อยากรู้ ไม่อยากยอมรับ เหมือนหล่อนกำลังจะสูญเสีย มิโดริกำลังจะ...แพ้
“ถึงไม่มีคาเมนาชิ คาซึยะ ผมก็จะไม่มีวันรักคุณ หรือ รักใคร.....”
“เพราะถ้าไม่มีเขา นั่นหมายความว่ามันจะไม่มีความรักของอาคานิชิ จินอีกต่อไป”
เกิดเสียงกรีดร้องคล้ายสัตว์ถูกทรมานอย่างสาหัสดังเต็มห้องพักฟื้นในชั้นบนสุดของตึกนั้น จินไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณใด ประตูห้องพักก็ถูกดันเปิดเข้ามา นางพยาบาลวิ่งหน้าตื่นเข้ามายึดแขนคนป่วยที่กำลังคลุ้มคลั่ง จิกทึ้งผมเผ้าของตัวเองโดยไม่กลัวความเจ็บปวด คาซึยะมองภาพนั้นด้วยความสมเพช นี่กระมัง....ตัวตนที่แท้จริงของอายูคาว่า มิโดริ ปิดไว้นาน เก็บกดไว้นาน ภายใต้หน้ากากของสาวสวยผู้อ่อนหวาน พอถึงจุดหนึ่งที่ทนไม่ไหว ทุกอย่างก็ระเบิดออกมาคราวเดียว
คาซึยะรู้ดี ในสงครามของความรักที่เหมือนเกมการแข่งขัน ผู้ชนะมันจะต้องมีแค่หนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนเจ็บปวดจากความผิดหวัง และคาซึยะก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ตั้งแต่แรกแล้วว่า....เขาจะไม่ยอมเป็นผู้แพ้ เขาจะไม่ยอมเสียคุณจินให้ใครไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการเลวทรามแค่ไหนก็ตาม
อ้อมกอดที่โอบรัดกระชับแน่น คาซึยะอยากบอกว่าเขาเจ็บแขนแต่ดูเหมือนคุณจินกำลังมุ่งความสนใจไปที่ร่างผอมสูงของน้องชายมิโดริ
“ฉันจะไม่เอาเรื่องกับนาย แต่ก็หวังว่าพวกเราคงจะไม่ต้องเห็นหน้านายอีก”
ทุกอย่างมันจบสิ้นตรงนั้นเอง คาซึยะทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง เขามั่นใจว่าคุณจินคงยังรับผิดชอบการรักษาของครูสาวต่อ และก็มั่นใจไม่น้อยกว่ากันว่าความเห็นใจที่เจ้านายหนุ่มเคยมีให้หญิงสาวผู้นั้น มันหมดสิ้นไปแล้ว เรียวปากสีอ่อนคลี่ยิ้มโดยไม่สนใจรอยแตกช้ำ อายูคาว่า มิโดริคงไม่รู้ว่า....’คุณจินไม่มีวันทำให้คาซึยะเจ็บปวด ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น’
“เจ็บมากไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พลางดันคางเล็กให้เงยขึ้น คาซึยะยิ้มบาง ส่ายหน้าไปมา
“ตกใจหรือเปล่า”
“นิดหน่อยครับ”
“คุณจิน ขอโทษนะ ถ้ามาเร็วกว่านี้คาซึยะคงไม่ต้องโดนทำร้าย” มือเล็กกุมทับมือที่กำลังประคองแก้มใส เด็กหนุ่มยืดตัวแนบจูบกับปลายคางสาก
“คุณจินต้องทำงานนี่ครับ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น อย่าคิดมากนะครับ”
ไม่มีใครรู้... ว่าคุณจินต้องไปทำงานแล้วจะกลับมาที่นี่อีกตอนสิบเอ็ดโมง ไทโยรู้แค่ว่าต้องมาหาพี่สาว มิโดริรู้แค่ว่าเขาอยู่ตรงนั้นและตั้งใจจะฆ่าหล่อน ทำให้หล่อนกลัวจนกลายเป็นความโกรธแค้น ไม่มีใครรู้ว่าคุณจินจะโผล่เข้ามาเจอภาพที่คาซึยะถูกรุมทำร้ายพอดี ไม่ใครรู้เลย....
ในลิฟต์โดยสารมีเพียงเขาสองคน คาซึยะจึงไม่ต้องระแวงว่าจะมีใครเห็นรอยยิ้มสาสมใจนอกจากเงาของตัวเองที่สะท้อนมาจากกระจกด้านหลัง!
“พี่คาซึยะ เป็นอะไร”
“คาเมะจังเจ็บไหม เจ็บหรือเปล่า”
“พี่คาซึยะ ใครทำอ่ะ ใครรังแกพี่ บอกจิน บอกจินมา”
คาซึยะคิดเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องเหตุการณ์คล้ายกลียุคแบบนี้ นกกระจิบสองตัวแข่งกันส่งเสียงร้องถามตั้งแต่เห็นหน้าเขาชัดเต็มตา จากที่ยืนปากห่อๆ ตาโตๆ ก็ถลากันเข้ามาเกาะแข้งพันขาจนคาซึยะเกือบได้แผลเพิ่มเพราะสะดุดลูกหมูกับลูกเต่าหัวฟาดพื้นเข้าให้ เด็กหนุ่มใช้มือข้างที่ไม่เจ็บกวาดแกมต้อนทั้งสองชีวิตให้เข้าไปในห้องนั่งเล่น ฉีกยิ้มสดใสให้เจ้าตัวน้อยคลายใจ
“โอเค ใจเย็นๆ นะ อย่าเพิ่งเอะอะกันครับ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่ลื่นล้มในห้องน้ำน่ะ คาเมะจังไม่เจ็บหรอกคาซึจัง แผลแค่นี้เอง ไกลหัวใจเยอะ” มืออวบกลมวางแปะบนรอยแดงที่ยังหลงเหลืออยู่บนแก้มใส จากนั้นไอ้ตัวช่างสงสัยมันก็แตะๆ ปลายนิ้วกับมุมปากบาง หน้ามันยุ่งเสียจนคนเป็นพ่อนึกขำทั้งที่กำลังเครียดจัด
“ไม่เจ็บจริงๆ หรอ แดงเลยอ่ะ”
“ไม่เจ็บครับ ไม่เจ็บเลย”
“จริงอ่ะ”
“จริง จริ๊ง” คาซึยะนั่งลงบนพรมหน้าเครื่องรับโทรทัศน์ คนตัวเล็กต้องรับหน้าที่ตอบคำถามเจ้าเด็กช่างสงสัยสองคน จินเลยต้องเป็นคนรับหน้าคาซาริ อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าของร้านสาวฟังอย่างละเอียด และแม้จินจะเล่าโดยไม่ปิดบังแต่สำหรับคาซาริแล้ว หล่อนเดาว่าเรื่อง...มันจะต้องมีมากกว่านั้น หญิงสาวชำเลืองมองวงหน้าเรียวของคนเป็นน้อง หล่อนรู้จักคาซึยะดี เจ้าเด็กดื้อเงียบที่มีแต่แผนการนับร้อยพันอยู่เต็มหัวน่ะหรือจะกลายเป็นเหยื่อให้สองพี่น้องนั่นทำร้ายง่ายๆ คาซึยะคลุกคลีมากับสังคมผู้ชายล้วนมาตั้งแต่เริ่มเข้าวัยรุ่น ชกต่อยได้เก่งพอกับนวดแป้งขนมปัง แถมประกายแววระยับในหน่วยตานั้นมันไม่ใช่คาซึยะคนที่จะโดนทำร้ายแน่นอน เพราะลองว่าโดนจริง....คนเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่มีทางมานั่งหัวเราะคิกคักเล่นหัวกับเด็กอยู่แบบนี้หรอก
“ผมขอโทษนะครับที่ทำให้เขาต้องเจอเรื่องร้ายๆ” เจ้านายหนุ่มตีความสีหน้าครุ่นคิดของคาซาริว่าพี่สาวคนสวยคงไม่พอใจที่เขาเป็นสาเหตุให้น้องชายของเธอต้องเจ็บตัว แต่คาซาริกลับยิ้มตอบง่ายๆ “อย่าคิดมากเลยค่ะ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นนี่คะ ถ้าจะคิดในทางที่ดี ต่อไปนี้ก็จะหมดเรื่องวุ่นวายไปอีกหนึ่ง คุณจินจะได้มีเวลาทำงานให้เต็มที่”
รอยยิ้มของจินตอบว่าเขาเองก็หวังไว้แบบนั้นเช่นกัน
“โหย ตรงคอก็มีรอยอ่ะ ดูดิ ถลอกด้วย” เสียงไอ้ตัวร้ายยังดังอย่างต่อเนื่อง จินจึงอดที่จะเข้าไปร่วมวงด้วยไม่ได้ หัวทุยเล็กเอียงไปเอียงมาอยู่ตรงหน้าร่างบาง มันทำปากอูด เสือกตัวเองเข้าใกล้จนจะจูบรอยขีดสีแดงนั้นอยู่แล้ว จินอยากจะจับเอาหัวของมันง้างออกแต่จินยังช้าไปกว่าร่างเล็กจ้อยที่ยืนเกาะบ่าผู้เป็นน้าอยู่
“ถอยไป” คาซึริส่งเสียงคล้ายสั่งและตอกย้ำความขลังของคำสั่งด้วยการใช้มือยันหน้าผากมันจนไอ้อ้วนแทบจะหงายหลัง มันหล่นปุใส่ตักผู้เป็นพ่อที่รอรับอย่างทันท่วงที แต่ยี่ห้อจินจินมีหรือจะยอมแพ้ ส่งเสียงแฟ่ดโต้กลับทันควัน “ยุ่งอะไรด้วย เรากำลังดูแผลให้พี่คาซึยะนะ”
“ดูตั้งนานไม่เห็นจะทำอะไรนอกจากบ่นๆๆ”
“แล้วนายทำอะไรได้ เป็นหมอหรือไง” คาซึริทำปากเชิดจนแทบจะชนจมูก คุณหมอตัวน้อยเลื่อนตัวเองมาแทนที่จินจิน คาซึจังเมียงมองนิดเดียวก็ประกบปากกับมุมปากคุณน้าเสียเต็มจูบ จินรู้สึกได้เลยว่าไอ้ก้อนกลมแน่นหนักบนตักเขาเริ่มดิ้นขลุกขลักนี่ถ้าไม่ติดว่าพ่อกอดเอาไว้ จินจินคงได้โผเข้าไปแย่งทำหน้าที่นั้นเองแล้ว
“แผลแค่นี้ เลียนิดเดียวก็หาย ใช่ไหมคาเมะจัง”
“ใช่ จูบทับลงไปสองสามจูบก็หายแล้ว จินจินไม่ต้องห่วงนะ”
“ห่วง จินห่วง จินจะจูบด้วย” มันประกาศก้องแล้วก็โผเข้าไปทำอย่างที่พูดโดยไม่รอคำอนุญาต กลีบปากแดงย้อยกดแนบกับผิวแก้มสีน้ำนมสดด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม เล่นเอาน้ำลายทิ้งตัวเป็นจ้ำเปรอะเต็มแก้มนวล คนตัวสูงนั่งมองเด็กน้อยสองคนแย่งกันรักษาแผลของพี่คาซึยะแล้วก็หวั่นว่าแทนที่จะหายวันหายคืนแก้มคุณพี่เลี้ยงจะช้ำยิ่งกว่าเดิม ถึงตอนนั้นคุณจินก็คงต้องรออีกนานกว่าจะได้ชื่นใจอีกครั้ง
“เด็กๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนมื้อเย็นนะจ๊ะ”
คาซาริส่งเสียงเตือนก่อนจะลงบันไดไปดูแลร้านข้างล่าง เวลาเลิกเรียนลูกค้ามักจะแน่นร้านกว่าช่วงบ่าย ทิ้งร้านให้นามิลูกจ้างสาวเพียงลำพังเด็กสาวคงโอดครวญไม่จบเป็นแน่ แต่ทว่า....จะให้หล่อนทิ้งเรื่องที่สงสัยไปโดยไม่ได้เคลียร์ คาซาริก็คาใจเกิน คุณแม่คนเก่งเดินเลยขึ้นไปยังชั้นสาม เปิดประตูห้องนอนห้องเล็กเข้าไปนั่งบนผ้านวมลายทางสีเทาเข้ม รอเพียงครู่เดียวบานประตูก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าของห้องตัวจริงเขาเดินผิวปากเข้ามา พอเห็นพี่สาวนั่งยิ้มอยู่คาซึยะก็เลิกคิ้ว
“นามิดูร้านคนเดียวหรือ”
“คนเดียว เด็กๆ ไปอาบน้ำหรือยัง”
“อืม คุณผู้ชายเขาอาสาจะดูให้เพราะผมแขนเจ็บ คาซาริมีอะไรหรือเปล่า” พี่สาวหรี่ตามองแขนข้างที่มีผ้ายืดพันไว้ใต้ศอก เกลี่ยปลายนิ้วกับท่อนแขนเล็กเบามือ “เจ็บมากไหม”
“นิดหน่อย แค่ช้ำน่ะไม่ถึงกับเดาะหรือหัก”
“มันเกิดอะไรขึ้น คาเมะจังเล่าให้ฟังหน่อยสิ” น้องชายทิ้งตัวลงนอนขวางเตียง ปิดเปลือกตาทั้งที่ยังยิ้มเกลื่อนใบหน้า “คุณจินเล่าให้ฟังแล้วไม่ใช่หรือ คาซาริจะถามผมอีกทำไม เล่าไปก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ”
“คาเมะจัง พี่ไม่เชื่อหรอกนะว่าอยู่ๆ คุณครูคนนั้นจะลุกขึ้นมาระเบิดอารมณ์ใส่เรา มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอน เกิดอะไรขึ้น คาเมะจังไปทำอะไรสองพี่น้องนั่น”
“กล่าวหา”
“เพราะพี่รู้จักเราดีต่างหาก”
“ก็ไม่มีอะไรมาก ผมแค่หวังดีเห็นว่านอนอุดอู้อยู่ในห้องจะไม่สดชื่นเลยลากออกไปชมวิวที่ระเบียง แต่บังเอิญว่าคุณครูเขากลัวความสูง ยืนมองถนนหนทางนานเข้าเลยสติแตก ชวนคุยเรื่องอะไรก็ไม่ยอมเข้าใจ อาละวาดไล่ทำร้ายผมแล้วคุณจินก็มาเจอทีนี้ประเด็นมันก็คือ......” คาซาริครางลึกในอกยิ่งได้ฟังคนเป็นน้องเล่าให้ฟังจนหมดเปลือกก็ยิ่งใจหาย นึกแล้วเชียวว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าที่คุณจินรู้ มือบางฟาดลงกับหน้าขาเล็ก คาซึยะสูดปากครางเพราะความแสบคัน พลิกตัวหนีไปอีกด้าน แต่หาได้สลดไม่ “ทำไมทำแบบนั้น เกิดเค้าพลัดตกตึกไปจะทำยังไง”
“ไม่ตกหรอก ผมไม่ได้คิดจะให้เขาตกลงมานี่นา”
“คาเมะจังนะคาเมะจังทำไมต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เกิดพลั้งพลาดมิต้องกลายเป็นฆาตกรติดคุกหัวโตกันเลยหรือ พี่ไม่ชอบเลยนะแบบนี้ คนจำพวกนั้นถึงเราไม่ทำอะไรสักวันเค้าก็แพ้ภัยตัวเองไปเอง”
“ก็มันไม่ทันใจ เสียเวลาความสุข”
“จะใจร้อนไปไหนล่ะ ยังไงเสียคุณจินเขาก็ไม่หลุดไปจากมือคาเมะจังอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ทำแบบนี้เกิดเค้ารู้ว่าเราหลอกใช้ความห่วงใยของเค้ามาจำกัดคู่แข่ง เค้าจะเสียใจนะ” คาซึยะเม้มปากจนเหลือเป็นรอยขีด ร่างบางปลุกตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง นิ่งเงียบไปเพียงอึดใจก็สืบเท้าตรงยังบานประตูที่เปิดแง้มไว้
“ผมก็ได้แต่หวังว่า...คุณจิน....จะยอมฟังคำอธิบาย”
“......................”
แววตาของอาคานิชิ จิน ทำให้คาซึยะคิดว่า....เขาอาจจะไม่ได้รับโอกาสนั้น