แย่
แย่ที่สุด
ผมนอนนิ่งอยู่ที่เดิมมาเกือบชั่วโมง ไม่ได้อยากนอนแต่มันไม่มีแรงจะทำอะไร พูดอีกทีก็ไม่ได้อยากขยับตัวไปทางไหนด้วย ไม่อยากลืมตา ไม่อยากกระดิกมือ ไม่อยากแม้แต่จะหายใจ ความรู้สึกในตอนนี้คือไม่อยากทำเหี้ยอะไรมันสักอย่าง ไม่น่าเลยผม ไม่น่าตามใจตัวเองทำแบบนั้นลงไปเลย โดนเกลียดแบบกู่ไม่กลับแน่ๆ
คาซึยะกลับไปแล้ว เดินออกไปเงียบๆ โดยที่ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับปากร้องขอเขาให้อยู่ ให้ฟังคำอธิบาย ใบหน้าที่ติดตาผมคือใบหน้าเดิมของคนที่รักแต่ความรู้สึกทั้งหมดทั้งปวงมันเลือนหายไป เขาเอาแต่เม้มปาก ก้มหน้าต่ำ ไม่ยอมสบตา ผมเองก็เกรงมากกว่ากล้า ใจอยากถลาไปรั้งไว้แต่ร่างกายมันดันทำตรงกันข้าม แขนขาลามไปถึงริมฝีปากและปลายลิ้นมันชาแข็งกระดิกไม่ได้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ผมเป็นคนทำให้เขาอยากหนีไปและก็เป็นผมอีกเช่นกันที่ปล่อยเขาไปอย่างง่ายดาย
นอนทิ้งตัวเองให้เป็นศพไม่มีญาติอยู่อย่างนั้นจนรอบตัวเริ่มสลัว มีเวลาไม่นานบรรณารักษ์ข้างล่างคงปิดตึก ถ้าไม่โดดออกทางหน้าต่างอย่างทุกครั้งผมคงจะถูกขังอยู่ในนี้ แต่ใครสนใจล่ะ ถ้านอนอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ แล้วคาซึยะจะกลับมาหาผมเหมือนที่เขามาวันนี้ ผมก็จะนอนอยู่นี่แหละ ความตั้งใจของผมคงบรรลุผลถ้าไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเร็วๆ เข้ามาในห้อง วินาทีต่อมาเสียงห้าวของทานากะ โคกิก็ดังขึ้น
“กูว่าละ โทรหาไม่รับทั้งมือถือทั้งที่บ้าน ถามใครก็ไม่มีใครเห็น เฮ้ย ตายหรือยังวะ”
ยัง แต่ก็ใกล้แล้วและมึงจะตายก่อนถ้าไม่เลิกเอาตีนเขี่ยกู
“ไอ้จิน ห่า นอนหมดสภาพเลยเว้ย ไอ้ยูช่วยกูจับศพมันพลิกหน่อยซิ”
อยากทำอะไรก็ปล่อยมันทำไป ไอ้ยูที่เพิ่งเดินไปเปิดไฟ กลับมาง้างไหล่ผมให้หงายตามคำสั่งพ่อมัน แสงจ้าแยงตาจนต้องยกแขนขึ้นบัง น้ำหนักที่ยวบลงข้างตัวบอกให้รู้ว่าไอ้มนุษย์วานรเพศผู้สองตัวมันกำลังนั่งอยู่บนเตียงเดียวกัน อยากจะพูดออกไปบ้างแต่ลำคอผมมันแห้งผากเนื่องจากนอนนิ่งมาหลายชั่วโมง ได้แต่พยายามกลืนน้ำลายชุบคอพอให้มีเสียง
“เกิดอะไรขึ้นวะ แล้วคาเมะจังไปไหนแล้ว”
“..................................”
“จิน เงียบทำไมวะ มีอะไรก็พูดมาสิ โหมจูบหนักจนลิ้นพิการไปแล้วหรือไง”
“......ห่ะ......”
“เออ ก็ยังพูดได้นี่หว่า ไอ้ยู มึงโทรเรียกไอ้เรียวมาดิ๊ กูขี้เกียจเอาใจมันละ บอกพ่อมันมาจัดการกันเอง”
ผมกระแทกลมหายใจพรืด ป่ายขาให้ร่างคนพูดมันพ้นทางแล้วก็ลุกไปหาน้ำเย็นกรอกปาก เทน้ำที่เหลือก้นแก้วราดใบหน้าตัวเองแบบไม่กลัวเปียกพื้นพรม ช่างแม่ง ของแบบนี้มันไม่ได้ช่วยให้ผมเข้าหน้าน้องติด ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าอะไรจะดีจะเสีย ใช้แขนเสื้อตัวเองเช็ดหน้าแบบลวกๆ แล้วก็กลับมาทิ้งตัวลงนอนที่เดิม ทานากะ โคกิยังพยายามเอาขาหน้าผลักหัว ผลักไหล่ผมอย่างไม่ลดละ
“จิน บอกกูมาดิ๊ ใครทำอะไรมึง เดี๋ยวกูให้ไอ้โนะไปจัดการให้”
“ไม่มีใคร กูทำตัวกูเอง”
“อ้าว ไอ้ห่า แล้วอยู่ดีไม่ว่าดีมาทำตัวเองทำไม ประสาทกลับหรือไงมึง”
เสียงเหมือนคนยื้อยุดกันดังขึ้น ผมไม่ได้หันไปมองแต่ก็รู้ว่าไอ้ยูมันคงทำอะไรสักอย่างเพื่อห้ามปากหมาๆ ของโคกิ ปล่อยมันจัดการกันเอง ผมก็นอนนิ่ง อยากดาก็ด่าไป ตอนนี้ไม่สนใจหมาตัวไหนทั้งนั้นเว้นเสียแต่ว่าหมาตัวนั้นมันจะน่ารักเหมือนคาซึยะ นอนกำลังสบายไอ้ยูก็เอนร่างทับลงมา ผมจิ๊ปากใส่มัน และเห็นท่าว่าคงจะเลี่ยงไม่ได้แล้วเลยยอมลุกขึ้นนั่งพิงผนัง มองพวกมันด้วยดางตาแดงก่ำ
“คาซึยะ เขาโกรธกู”
“โกรธ แล้วกัน ทำไมถึงโกรธกันได้วะ เมื่อตอนกลางวันกูยังเห็นนัวเนียกันอยู่บนเตียงนี่เลย มึงไปทำอะไรน้องเขาล่ะ”
“ฟังจินมันก่อนน่าโคกิ บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นคนทำก็ได้.....”
“กูทำเอง” ผมโพล่งตัดบทการปกป้องของยูอิจิ พวกมันสองคนตาโต ถลาเบียดกันเข้ามาหาผมด้วยความเร็วยิ่งกว่าโคตรลิง
“ทำอะไรวะ”
“ก็ทำอย่างที่พวกมึงคิด”
“พวกกูคิดอะไร”
“มึงคิดว่ากูจะทำยังไงกับน้อง กูก็ทำแบบนั้นแหละ อยากให้กูอธิบายด้วยมั้ยว่ากูจับเค้ากดตรงนี้”
“ไอ้จิน!!!”
พวกมันสองคนแหกปากออกมาพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย ผมคลึงขมับที่เริ่มเต้นตุ่บๆ เพราะความเครียดสะสม ห่ะ คิดถูกคิดผิดวะที่เล่าให้พวกมันฟัง ดูสิ เอาแต่อ้าปากพะงาบๆ ช็อคไปแบบนี้แล้ว มันจะมีปัญญามาช่วยกูคิดหาทางออกไหม
“......มะ....หมดเลยหรือ......”
“ขอประธานแล้วก็กริยาของประโยคด้วย อย่ามาแต่ส่วนขยาย กูงง” ยูอิจิกลืนน้ำลายจนกระเดือกไหลขึ้นลง ในอารมณ์ที่ตกดวงฆาตกรแบบนี้ ผมอยากเอามีดกระซวกคอมันมาก
“มึง...ทำหมดเลยหรือ ทุกขั้น ทุกตอน.....”
“ไม่ แต่ก็เกือบ” โคกิมันลุกพรวดขึ้นนั่ง ผลักยูอิจิลงไปจากเตียงแล้วก็ยกแข้งยกขาผมประหนึ่งจะหาเศษตังค์ เห็นท่าทางมันแล้วผมก็แทบจะสะบัดหน้าแข้งประเคนให้ มันกำลังหาร่องรอย!
“กูบอกว่าแค่เกือบ ยังไม่ได้กันเว้ย”
“ใครได้กับใคร” มาอีกหนึ่งแล้ว เรียวยืนเกาะประตู ยิ้มกริ่มเสียจนเห็นออร่าแห่งความสุขฉายอยู่รอบหัวมัน ได้ข่าวว่าไปดูหนังแอคชั่นมาไม่ใช่หนังรักโรแมนติก อะไรมึงจะอิ่มเอมเกินหน้าเพื่อนฝูงได้ขนาดนั้นเรียว แฟนของฮิโรกิเตะเท้าเข้ามานั่งตรงเก้าอี้ มองหน้าทุกคนแล้วมาหยุดที่ผม
“ว่าไง ไอ้ยูมันบอกมึงกำลังจะตาย เรื่องจริงหรือวะ”
“จริง แต่มันนะ ไม่ใช่กู”
“แล้วมันเรื่องอะไร ทำไมบรรยากาศในห้องมันเครียดแบบนี้” พูดแล้วมันก็ไม่รอฟังใครตอบ เพื่อนผมมองซ้ายมองขวาแล้วก็ยกยิ้มอีก “จะมืดแล้ว อาจารย์กำลังจะปิดตึก ย้ายไปนั่งร้านเหล้ากันไหม เผื่อจะพูดได้คล่องปากมากขึ้น” โคกิจุ๊ปากพลางส่ายหัว
“โห เรียว คนที่กำลังมีความสุขเนี่ย มันฉลาดกันแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าวะ”
แล้วพวกเราทั้งหมดก็แห่กันไปตามคำแนะนำง่ายๆ ของนิชิกิโด เรียว
“กูนับถือมึง”
คำพูดแรกของเรียวหลังจากฟังผมเล่าฉากเรทในห้องให้ฟังทำให้เราทุกคนหันไปมองมันเป็นตาเดียว เรียวมันยิ้มนิดๆ ยื่นแก้วมาชนกับผมแล้วยกทีเดียวหมด “กูเข้าใจ เวลาคนที่เรารักอยู่ใกล้ เป็นใครแม่งก็ต้องอยากกอดอยากจูบกันทั้งนั้น ถ้าเป็นกูอาจจะห้ามใจไม่อยู่ คาเมะอาจจะเสร็จกูไปแล้ว”
“มึงยกตัวอย่างเป็นชื่อแฟนมึงแทนได้ไหม กูฟังแล้วแสลงหูแม่ง”
“เออ นั่นแหละ มึงอดใจได้ไม่ใช่เรื่องโง่ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่บังเอิญว่ามึงยังไม่ได้เป็นแฟนกับคาเมะ มันเลยกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดมากหน่อย แต่เชื่อเถอะ ให้เวลาเค้าตั้งตัวหน่อย เดี๋ยวเค้าก็คิดได้เอง” ผมพรูลมหายใจยาว
“คิดว่าควรจะออกห่างจากกูน่ะหรือ”
“คิดว่ามึงก็มีส่วนที่ดีเหมือนกันสิวะ เค้าเองก็ต้องรู้ตัวว่าตัวเองก็ไม่ได้ห้ามมึงแถมยังเคลิ้มตาม ถ้ามึงจะทำถึงที่สุดมันก็ย่อมได้อยู่แล้ว แต่นี่มึงไม่ทำทั้งที่มีโอกาส เชื่อกูน่า คาเมะจังน่ะไม่ใช่ประเภทโทษแต่คนอื่นหรอก มึงก็น่าจะรู้ดี เค้าเป็นคนมีเหตุผลแล้วก็ยุติธรรมกับคนรอบข้าง มึงก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือจิน”
“กูรู้ แต่กูไม่มั่นใจ มึง....ถ้าเค้าต่อยกูสักหมัดกูยังพอเดาได้ว่าเค้าโกรธ แต่นี่น้องแม่ง...ไม่ใช่แม่ง....น้องเดินเงียบออกไปแบบนั้น เค้าจะช็อคจนพาลเกลียดกูไปเลยหรือเปล่าวะ” เรียวหัวเราะเอิ้ก รับเหล้าจากโคกิมาจิบ มันยังไม่เลิกอารมณ์ดีครับ ยิ่งได้แอลกอฮอลล์แม่งยิ่งออกอาการ ผมเริ่มสงสัยแล้วล่ะว่าตกลงมันพาฮิโระไปดูหนังหรือไปไหนมากันแน่
“อย่าคิดในแง่ร้ายสิวะ อย่าลืมสิว่ามึงยังมีกองหนุนอยู่” มันพยายามหว่านล้อมให้ผมวางใจ
“อืม แล้วกูก็มีก้างชิ้นเบ้อเร่อด้วย”
“งั้นพักเรื่องนี้ไว้ก่อน มาคิดกันว่าจะทำยังไงกันต่อเรื่องยามาชิตะ”
“ไม่เอา เรื่องนั้นกูให้น้องจัดการไปแล้ว พวกมึงมาช่วยกูคิดหาวิธีง้อแฟนเลย ต้องง้อให้ได้ในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ด้วย ไม่งั้นกูกินไม่ได้ นอนไม่หลับแน่”
“แสรดดด กินไม่ได้แต่แดกเหล้ายังกับแดกน้ำ มากไปละมึง”
นากามารุ ยูอิจิสรรเสริญแกมประชดหรือจะเรียกให้ถูกคือด่าทั้งที่ปากยังคาบแก้วเหล้า ผมยักไหล่ไม่สนใจคำกล่าวหาของมัน กรอกเหล้าลงคอแล้วเลื่อนให้โคกิชงเพิ่ม มันเริ่มบ่นพึมว่า....ถ้ารู้ว่าวันนี้จะแดกกันเยอะ ทำไมไม่ไปนั่งตรงเคาเตอร์ให้สิ้นเรื่อง จะหาเรื่องมานั่งชงเหล้าเองให้เหนื่อยทำไม แต่ไม่มีใครสนใจเสียงมันเพราะให้ยังไงสุดท้ายมันก็ทำให้อยู่ดี ฝีมือชงเหล้าของโคกิจัดว่าเข้าขั้นเทพ มันรู้ทั้งสัดส่วนเหล้ากับมิกเซอร์ที่พอเหมาะ รู้ใจว่าแก้วนั้นแก้วนี้ของใครต้องชงอย่างไร แรงระดับไหนและต้องลดความเข้มข้นลงเมื่อใด เพราะฉะนั้นถึงมันจะบ่นเท่าไหร่พวกเราก็พร้อมใจกันเมิน
“หรือกูจะตามไปที่บ้านเค้าตอนนี้เลยดี.....” พอเหล้าเริ่มซึมเข้ากระแสเลือดความกล้าก็บังเกิด ที่นอนเหี่ยวมาทั้งวันก็ฮึดขึ้นมาได้ เพื่อนฝูงเลยพร้อมใจกันยึดแขนยึดไหล่ไว้ทั้งสองข้าง มันคงกลัวว่าผมจะบ้าเลือดขึ้นมาจริงๆ
“ตามไปให้พ่อเค้าส่องกะบาลเอาน่ะสิ ปล้ำลูกชายเค้าแล้วยังมีหน้าเจ๋อไปดึกๆ ดื่นๆ อีกเนี่ยนะ คิดได้ฉลาดมากมึง สมกับหัวสมองนักศึกษาปีสุดท้ายมากๆ”
“แล้วมึงมีอะไรดีกว่านี้ไหมล่ะ โคกิ มึงก็เรียนปีเดียวกับกูนี่ได้ข่าว”
“เออ กูเห็นด้วยกับไอ้เรียว มึงควรรอ”
ผมคงไม่มีทางเลือกอีก เสียงส่วนใหญ่มันบอกให้รอก็คงต้องรอ ในเมื่อคิดอะไรเองไม่ออกตอนนี้ก็คงต้องฟังคนอื่น ทางไหนที่พอจะให้ความหวังได้ผมก็ไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้ เราร่ำสุรากันไปได้พักใหญ่ เจ้าน้องชายตัวแสบของผมก็โทรมา ปลีกตัวจากเจ้าพวกนั้นออกมาคุยข้างนอกเพราะทนเสียงข้างในไม่ไหว รับสายได้ยังไม่ทันเซย์ฮัลโหล เสียงใสๆ ก็หัวเราะคิกคักนำร่องมาก่อนเลย
“เป็นอะไร ใช้ให้ทำงานแค่นี้ สติหลุดไปแล้วหรือเรา”
( พูดแบบนี้ เดี๋ยวไม่บอกข่าวดีเลย ผมบอกคุณแม่แล้วนะ แล้วคุณแม่ก็คุยกับทางโน้นเรียบร้อยแล้วด้วย พรุ่งนี้น่ะ ผมจะได้เจอติวเตอร์ของผมแล้วล่ะ )
“ทำไมมันเร็วแบบนั้น ยามาชิตะยอมหรือ”
( ยอมหรือเปล่าไม่รู้ แต่วันพรุ่งนี้ ผมจะต้องเจอเขาที่บ้าน )
คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกยูยะมาทำงานนี้ ผมพับโทรศัพท์เก็บด้วยความรู้สึกที่ปลอดโปร่งขึ้น กลับไประดมความคิดกับเพื่อนๆ ต่อ ไม่นานก็แยกย้ายกันกลับบ้าน จังหวะเหมาะที่ทุกคนขับรถมาจึงไม่มีใครติดรถผมกลับบ้านด้วย ผมเลยแวะระหว่างทางได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนใครล้อ
.
.
.
เคลื่อนเจ้าตากลมคลาสซีไปตามถนนที่จำได้จนขึ้นใจก่อนจะชะลอความเร็วลงเมื่อเห็นรั้วบ้านหลังหนึ่งแต่ไกล ไม่กล้าที่จะเข้าไปจอดใกล้นัก ผมพักรถอยู่ข้างถนนห่างออกมาอีกสองหลัง ดับเครื่องแล้วก็นั่งมองอยู่อย่างนั้น
มันตลกใช่ไหมล่ะที่เห็นผู้ชายคนหนึ่งเป็นเอามากขนาดนี้น่ะ แต่ถ้าคุณเป็นผมคุณจะตลกไม่ออก ขำเหมือนกัน หัวเราะด้วยแต่ในใจมันไม่ได้รู้สึกตามนั้น แอบสมเพชตัวเองเล็กน้อยที่ทำเหมือนไอ้เด็กวัยรุ่นเริ่มมีความรักทั้งที่ตัวเองก็ใช่ว่าจะใสซื่อบริสุทธิ์นัก ตรงกันข้าม....เจ้าของห้องที่ผมกำลังมองอยู่ต่างหากล่ะที่ใส ซื่อ และบริสุทธิ์ของจริง ผมกดริมฝีปากกับท่อนแขนที่วางบนพวงมาลัยรถ เพ่งสมองผ่านผ้าม่านที่บดบังการเคลื่อนไหวด้านในจากสายตา คิดและจินตนาการไปเองว่าตอนนี้เจ้าของห้องเขาจะทำอะไรอยู่
อาจจะกำลังหลับไม่น่าจะนะเพราะไฟยังเปิดอยู่
อาจจะกำลังอ่านหนังสือ
หรือบางที อาจจะนอนตาค้างมองเพดานห้องแล้วก็คิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เหมือนที่ผมเป็นอยู่ เขาจะคิดถึงผมบ้างไหมนะ คาซึยะน่ะ....จะคิดบ้างหรือเปล่าว่าผมคิดถึงเขามาก มากจนต้องมานั่งมองหน้าต่างห้องเขาเพื่อบรรเทาความโหยหาที่มันกำลังเร่งเร้าอยู่ในอกนี้
กรอบเงาคุ้นตาเดินผ่านหน้าต่างไปทางหนึ่ง ผมยืดตัวขึ้นมองแล้วแสงสว่างในห้องเล็กดับวูบลง แค่นี้เองสินะที่ผมต้องการ ได้บอกราตรีสวัสดิ์กับเขาผ่านริมฝีปากที่ไร้เสียง
นอนหลับฝันดีนะ
คาซึยะ
ความอดทนของผมสิ้นสุดลงในตอนค่ำวันที่สามหลังจากเกิดเรื่อง ทั้งที่อดทนอยู่อย่างสงบมาตลอดสามวันสามคืน ไม่โทรหา ไม่ส่งข้อความไป เห็นเขาเดินผ่านก็เอาแต่มองอยู่ไกลๆ หักห้ามใจตัวเองที่จะไม่โผล่พรวดเข้าไปหาทั้งที่รู้อยู่ตลอดว่าคาซึยะไปไหน ทำอะไร อยู่กับใครบ้าง พยายามหางานให้ตัวเองทำ เวลาว่างจากงานของคณะก็หยิบเอางานของเขาขึ้นมาทำ แต่พอทำเสร็จฝากเรียวไปให้ฮิโรกิแล้วผมก็เข้าโหมดเดิมอีก คิดถึงเจียนจะคลั่งแต่ก็ต้องทน
คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงหมดความอดทนและตั้งหน้าตั้งตาง้อเขาอย่างหน้าด้านสุดๆ เพราะข้อความที่ได้รับจากน้องชายของผมในบ่ายวันที่สามนั่นเอง
...พี่ชายรู้จัก รักแรกพบ หรือเปล่า...
...ผมทำให้มันเกิดขึ้นด้วยล่ะ ทำจากความตั้งใจของตัวเองด้วยนะ เก่งใช่ไหมล่ะ...
...พี่เองก็อย่ายอมแพ้นะ สู้ๆ...
ขนาดเจ้าน้องชายที่อ่อนกว่าหลายปียังทำให้เกิดเรื่องที่ยากขนาดนั้นได้ ผมจะยอมแพ้ได้ยังไง ไม่ได้แล้ว ผมต้องสู้ แต่คุณครับ.....ทำไมเรื่องของผมมันดันไม่ง่ายเหมือนยูยะเลย ผมโทรหาเขาครั้งหนึ่งในเย็น เขาไม่ยอมรับสาย เว้นช่วงให้โทรศัพท์มันพักหายใจลดความตื่นเต้นแล้วตกกลางคืนก็โทรอีกครั้งแต่เขาไม่รับ
เอาวะ ปล่อยไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยโทรใหม่
วันรุ่งขึ้นผมกะเวลาพักระหว่างคาบปลีกตัวออกมาโทรแต่คาซึยะก็ยังไม่ยอมรับสายอยู่ดี รู้สึกเหมือนตัวเองทำตัวงี่เง่าอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เฝ้าแต่โทรหาเขาทั้งที่อีกฝ่ายเขาไม่อยากจะคุยด้วย สงสารตัวเองเหมือนกันแต่ทำไงได้ รักเค้าไปแล้วนี่ ทำได้แค่ยอมเท่านั้นแหละ
วันนี้ไม่มีเรียนบ่าย ถือว่าเป็นโชคดีที่จะมีเวลาว่างโทรอีก แต่ผมก็ไม่ได้ทำแบบนั้น รู้สึกกลัวว่าอาจจะทำให้คาซึยะอึดอัดเลยต้องยั้งใจไว้
“ทำไม มึงไม่ไปหาเค้าเลยวะ แค่เดินไปอักษรฯ มันจะยากอะไร”
“มึงอย่าไปว่ามันโคกิ คนกำลังมีความรักอะไรก็น่าหวั่นไหวไปเสียหมดล่ะเว้ย”
“ใช่ แม้แต่ลมพัดใบไม้ปลิวก็ยังสะเทือน เรื่องแค่นี้ทำเป็นไม่รู้นะควาย”
โอเค จุนโนะกับยูอิจิมันตอบให้แล้ว และก็ถูกของพวกมันผมเลยไม่ต่อความยาว ไอ้การจะเดินไปหา ตรงเข้าไปทักน่ะมันก็ได้อยู่หรอกแต่ตอนนี้ผมยังไม่มั่นใจว่าเขาคิดอะไรอยู่เลยอยากได้ยินเสียง อยากคุยกันสักนิดก่อนจะลุยถึงขั้นนั้น
ฮิโรกิเองก็ไม่สามารถตอบอะไรได้เพราะไม่ได้เจอคาซึยะมาสามวันแล้วเหมือนกัน แฟนเจ้าเรียวยุ่งๆ กับการช่วยงานที่บ้านแล้วก็คงยุ่งเรื่องเพื่อนข้างบ้านด้วย เลยไม่มีเวลาสืบข่าวเรื่องคาซึยะมาให้ผม ขาดหน่วยข่าวกรองไปแบบนี้ผมก็มืดไปแปดด้าน มองหน้าคาซึยะอย่างเดียวใช่ว่ามันจะเห็นไปถึงความรู้สึกข้างใน เลยต้องรั้งรออยู่อย่างนี้
“รุ่นพี่ครับ”
เสียงเรียกดังมาจากประตูห้องสภาฯ ผมลุกพรวดขึ้นนั่งเมื่อเห็นฮิโรกิยื่นหน้าหวานๆ เข้ามา ใจเต้นโลดไปพร้อมกับสายตาที่มองข้ามไหล่แฟนเจ้าเรียวไปด้านหลัง แต่นอกจากตาโตๆ ของยามาชิตะ โทโมฮิสะแล้ว ผมก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นอีก ฝืนยิ้มให้ทั้งสองคนแล้วก็นั่งลงที่เดิม ฮิโระยิ้มแต้มานั่งตรงข้ามมียามะพีตามมาติดๆ
“ทำอะไรอยู่ครับ ยุ่งหรือเปล่า”
“เปล่า มีอะไรให้ช่วยหรือ..........”
“จะว่ามีก็มีครับ พอดีเพื่อนคนหนึ่งไม่สบาย เลยว่าจะวานให้ไปดูเสียหน่อย” ผมเกร็งขึ้นมาทั้งตัว ชำเลืองมองยามาชิตะเห็นเจ้านั่นมองมานิ่งๆ ไม่ทักไม่ท้วง ไม่คัดค้านแม้สักคำก็ชักข้องใจ เจ้านี่มันไม่ได้คิดขัดขวางผมอีกแล้วหรือ ถามดีไหม ต่อหน้าเพื่อนทุกคนเลย เอาให้มันเคลียร์
“ไอ้เต่ามันขึ้นไปนอนบนห้องสมุดน่ะ”
ประโยคแรกของยามาชิตะเล่นเอาชาวสภาฯ อึ้งกันไปเป็นแถบ แน่แล้วครับท่าน มาแบบนี้แสดงว่า....เทโงชิ ยูยะ....ชนะเลิศจริงๆ
“เราสองคนมาหาหนังสือน่ะครับ ชวนมาแล้วล่ะแต่เขาไม่ยอมมา” ฮิโรกิบอกเสียงใสแต่ไม่ซื่อเลย ผมยืนยัน
“แล้ว....คาซึยะเป็นยังไงบ้าง ฉันหมายถึงเรื่องที่ไม่สบายน่ะ อาการเป็นยังไง...”
“ก็เงียบๆ ซึมๆ ถามอะไรไม่ค่อยตอบเพราะเอาแต่เหม่อแถมยังหงุดหงิดง่ายด้วย ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเป็นอะไร วินิจฉัยไม่ถูก อยากรู้คงต้องไปดูเอาเองแล้วล่ะ” โอเค ถ้าอย่างนั้นก็ได้เลย ผมบอกขอบใจทั้งสองคนอย่างรวบรัดแล้วก็วิ่งออกมาจากห้องสภาฯ โดยไม่สนใจเสียงโห่แซวแกมค่อนขอดจากเพื่อนชั่วทั้งสามชีวิต ปล่อยมัน คนกำลังอยากจะง้อแฟนไม่มีอารมณ์ไปสนใจเรื่องยิบย่อยหรอก
ห้องสมุดคณะอักษรศาสตร์
แอร์เย็นสุดขั้ว หนาวเหน็บไปจนถึงกระดูกเลยเหอะ ผมย่างเท้าไปตามแผ่นไม้ปาเก้ช้าๆ แม้จะแน่ใจว่าเขาจะต้องงอยู่ตรงโต๊ะประจำด้านในสุดแน่ แต่ก็ไม่วายแอบชะเง้อมองทุกซอกที่เดินผ่าน แล้วใจก็กระตุกจนแทบหลุดจากขั้วเมื่อเห็นร่างน้อยนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้ที่เรียงต่อกัน
ผมบังคับเสียงการเคลื่อนไหวให้เบาที่สุด หยุดอยู่เหนือศีรษะเล็ก คาซึยะครางเบาๆ ลูบแขนเหมือนคนละเมอมากกว่าจะรู้สึกตัว นึกดีใจที่ตัวเองสวมเสื้อโค้ทอยู่ด้วย ผมรีบถอดมันออกห่มให้เขาก่อนที่ไอร้อนจากผิวมันจะจางหาย กลีบปากอิ่มระบายรอยยิ้มพึงใจ รอยช้ำที่ผมทำให้วันนั้นมันจางไปจนแทบมองไม่เห็นแล้ว นึกอยากซ้ำรอยเหลือเกินแต่เจ้าตัวเล็กกลับซุกหน้าลงกับผ้าห่มผืนใหม่ หลับตาพริ้มอย่างสุขสมใจ
ใครจะใจร้ายปลุกได้ลงคอ
ผมขอแค่จูบเบาๆ บนขนแมวนุ่มๆ นี่ก็พอ
อิ่มเอมใจอย่างประหลาดหลังจากปล่อยให้คนตัวเล็กเขานอนหลับจนเต็มตา อยู่นั่งอยู่ในห้องนั้นอีกฟากหนึ่ง พลิกหนังสือสลับกับการมองเขาไปเรื่อยๆ จนแน่ใจแล้วว่าเขากำลังจะตื่นแล้วจึงย้ายไปอยู่ในมุมที่ลับตามากยิ่งขึ้น มองผ่านช่องระหว่างชั้นวางหนังสือโดยไม่ให้เขารู้ตัว
เขาตื่นแล้ว
คาซึยะกำลังจะตื่นขึ้นมาเจอของฝากที่ผมทิ้งไว้ เขาจะทำยังไงนะเมื่อเห็นมัน จะจำได้หรือเปล่าว่านั่นคือเสื้อตัวโปรดของผม จะจำได้ไหมว่ามันมีกลิ่นน้ำหอมที่ผมชอบใช้ เขาจะโมโห โกรธ เคืองขุ่นหรือตกใจกับความอุกอาจในครั้งนี้ ความผิดแต่หนหลังทำให้ผมคิดแต่เรื่องถล่มตัวเองให้จมดินลงทุกที
ร่างเล็กบิดซ้ายขวา ดึงเสื้อโค้ทของผมขึ้นมาถึงคางแล้วก็กรอกตามองไปรอบตัว ผมยิ้มออกมาเมื่อเขายกมือเกาหัวงงๆ ปรือตามองเพดานเหมือนยังไม่ตื่นดีก่อนที่จะซ่อนหน้าลงไปกับเสื้อโค้ทอีก และคราวนี้....เขาเขาลุกพรวดขึ้นนั่งจนแขนข่างหนึ่งฟาดเข้ากับขอบโต๊ะเสียงดังลั่น
ผมตกใจจนเกือบจะโผออกไป แต่เมื่อเขาไม่สนใจความเจ็บ ผมก็ไม่สามารถสนใจอะไรได้อีก คนตัวเล็กก้มลงเก็บเสื้อตัวนั้นแล้วคลี่ออก แววตาที่มองผ้าผืนนั้นมันบอกให้ผมรู้ว่าเขากำลังสงสัยและไม่แน่ใจ
หน่วยตาเรียวสำรวจทั้งแขนเสื้อ ตัวเสื้อแล้วก็ป้ายยี่ห้อด้านในจนพอใจแล้ว เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปชะเง้อมองด้านนอก เมื่อไม่เห็นใครร่างเล็กก็เอามันกลับมาวางบนโต๊ะ ผมถอนใจอย่างอ่อนล้าเมื่อเห็นคาซึยะมองมันด้วยสีหน้าเรียบสนิท แต่แล้ว....ก็แทบหลุดเสียงอุทานออกมา
หัวใจผมมันเต้นอย่างบ้าคลั่ง แม้ว่าจะกระเทือนจนเจ็บลามมาถึงลำคแแต่ไม่มีอะไรหยุดมันได้หรอกตอนนี้ ถ้าคุรได้เห็นภาพตรงหน้าอย่างที่ดวงตาและหัวใจของผมเห็น คุณจะรู้ว่าทำไม คนดีของผมเขากำลังคลุมเสื้อตัวนั้นทับไหล่ มือบางจับอกเสื้อทับเข้ามากัน ก่อนเขาจะก้มหน้าซุกลงไปในผ้าผืนนั้น
ผมเห็นว่าเขายิ้ม
ผมเห็นดวงตาเป็นประกายและอาการเกลือกหน้าไปมากับเสื้อโค้ทของผม ผมเห็นและผมรู้....เขาจำได้ว่าเสื้อตัวนั้นเป็นของใคร !
คาซึยะนั่งอยู่ไม่นาน ทำร้ายผมจนพอใจแล้วเขาก็เก็บข้าวของยัดใส่เป้เดินออกจากห้องสมุดไป ทิ้งให้ไอ้ผู้ชายคนนี้มันยืนพิงชั้นวางหนังสือเพราะไม่รู้จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปเดินตามเขาได้
ใจร้ายนัก ไร้ความปรานีนัก คาเมนาชิ คาซึยะ
เล่นงานจนคนอื่นเขาหมดเรี่ยวแรงแล้วยังมีหน้ามาเดินยิ้มกริ่มออกไปอีกหรือ ไม่รู้เลยหรือไงว่าทำท่าทางน่ารักแบบนั้นแล้วมันยิ่งทำให้จินรักจินหลง ไม่รู้เลยหรือว่าการแสดงความดีใจที่ได้รับความอ่อนโยนจากใครบางคนแบบนั้น มันทำให้อีกฝ่ายมีความหวัง
ผมทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดแล้วก็หัวเราะกับตัวเอง
พระผู้เป็นเจ้า ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งเหล่านี้คือรางวัลสำหรับความอดทนทั้งหมดทั้งปวงของผม ขอบคุณที่ท่านเมตตาไม่ทำให้คาซึยะเกลียดผม ประทานทั้งความรักและความหวังมาพร้อมกัน
ขอบคุณที่ทำให้เขาได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ฉกฉวยและแย่งชิงทุกความรู้สึกนึกคิดไปจากอาคานิชิ จิน ผมซาบซึ้งยิ่งนักที่ท่านทำให้ผมได้มีโอกาสรักใครคนหนึ่งอย่างหัวปักหัวปำ
ผมไม่ได้โกรธ ไม่ได้เคือง ผมยินดีจากหัวใจที่เกิดมาเป็นคนครั้งหนึ่ง ผมได้รู้สึกความรู้สึกนั้น
ขอบคุณเหลือเกินครับ
Fanismz ::: และแล้วก็ลงทันในคืนนี้ (ตีสอง) ขอขอบพระคุณมิตรรักแฟนฟิคทุกคนที่ส่งแรงใจเชียร์และนั่งลุ้นให้กำลังใจด้วยการส่งคอมเม้นท์มาตลอดตั้งแต่หัวค่ะ เหอะๆๆๆ อย่าบอกว่าสั้น เพราะลงตามความยาวปกติ ตอนนี้มีแต่ฟีลพระเอกล้วนๆ เอาเป็นว่าตอนหน้าเราไปจ๊ะเอ๋กันในห้องน้ำ แล้วก็ไปแวะมินิมาร์ทด้วยกันนะจ๊ะ คริๆๆๆ
ส่วนคู่ เทโกชิตะ รอไปก่อน เอาไว้เรื่องของเค้าแล้วเราค่อยรู้
ตอนนี้ อย่าเพิ่งรู้เลย หึๆๆ
http://rhode7.hi5.com/ >>> แหล่งกบดานของข้าพเจ้า
แอดได้ เข้าไปวิ่งเล่นได้ค่ะ จะทวง จะถามอะไรก็ตามใจ
ติดตามความป่วงของแฟนนิสได้ในบ้านนี้
edit @ 21 Jan 2008 11:52:41 by Fanismz
edit @ 21 Jan 2008 13:03:19 by Fanismz