ดึกสงัด
อากาศเย็นสบายของช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ทำให้เครื่องปรับอากาศแทบไม่เคยต้องทำหน้าที่ของมันเลย บนตึกสูงอย่างคอนโดหรูที่เพียงแค่เปิดประตูกระจกตรงระเบียงไว้สายลมเย็นฉ่ำของพัดกรูเข้ามากระทบผิว กลิ่นไม้หอมที่เลือกมาปลูกไว้ตรงระเบียงด้านนอกถูกหอบเข้ามาพร้อมกับสายลมแผ่วๆ อบให้กลิ่นของห้องหอมเย็น ชื่นใจไม่ต่างจากน้ำหอมราคาแพง เสียงรถราที่วิ่งวนไปมาตรงถนนข้างล่างดูจะจางลงไปตามระยะเวลาที่ทิ้งห่างจากยามตะวันลับตึกสูง ก้าวเข้าสู่ช่วงวันใหม่ด้วยความเงียบสงบที่น่าพอใจจนเผลอครางออกมาอย่างเป็นสุข
ยิ่งเมื่อกระชับแขนแล้วรู้สึกถึงผิวเรียบเนียนใต้ฝ่ามือยิ่งพอใจ กลิ่นหอมอ่อนๆนี่มาจากไหนนะ อา ซอกคอ ท้ายทอย ไม่ถูกเสียทีเดียว น่าจะเป็นหลังใบหูบางๆมากกว่า ไต่จมูกจากหัวไหล่กลมกลึงเรื่อยไปทั้งที่ยังหลับตา เสียงครางแหบพร่าที่ดังขึ้นทำให้ต้องยิ้มออกมาอีกครั้ง
สัญญาณของชีวิต สัญญาณของความจริง
มันคือสิ่งที่ยืนยันว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป
ความสุขที่เฝ้ารอคอยอย่างอดทนมานานนับปี ผลตอบแทนของมันช่างหอมหวานเสียจนแทบสำลัก หลังจากปล่อยให้มือและจมูกสำรวจร่างที่นอนขดอยู่ในอ้อมกอดจนพอใจแล้ว ผมก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ วิมานสีชมพูอมม่วงที่บิ้วด์มาตั้งแต่หัวค่ำเมื่อวานนี้หายวับไปกับตาเมื่อได้ยินเสียงเพลงฮิปฮอปดังแหวกความเงียบมาจากพื้นห้อง ตวัดขาลงจากเตียงโดยไม่ลืมห่มผ้าให้คนตัวเล็กที่เริ่มย่นคิ้วชนกันเพราะถูกรบกวนการนอนอันแสนสุข พึมพำปลอบสองสามคำแล้วก็รีบฉวยโทรศัพท์ก้าวยาวๆออกมานอกห้องนอน
“พ่อใครตาย”
เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากที่ลอยมาตามหลายบอกให้รู้ว่าไอ้กลุ่มก่อกวนนี้ไม่ได้มีแค่หนึ่ง ไม่ต่ำกว่าสาม ผมเดา เจ้าของเบอร์ที่โชว์หราพร้อมหน้าเหลี่ยมๆของมันคงเปิดลำโพงให้ไอ้พวกนั้นมันร่วมรับรู้ความหงุดหงิดของผมด้วยแน่
“อะไรวะ เข้าหอคืนแรกเค้าห้ามอารมณ์เสียนะเว้ย เอะอะด่าพ่อแบบนี้ เห็นทีคาเมะจังไม่ยอมให้แอ้มซะละมั่งเนี่ย” แล้วมันก็หัวเราะกันอีกยกใหญ่
“ห่า กูจะแอ้มไม่แอ้มมึงไม่ต้องรู้ โทรมาทำไม”
“เรียวมันเป็นห่วง......” แล้วเสียงไอ้คนโดนพาดพิงถึงก็ร้องตอบมาว่า...ไม่เกี่ยวกับกู....ผมกระตุกยิ้มพลางทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวบนโซฟา โคกิมันหันไปล้งเล้งกับเรียวสองสามคำแล้วก็กลับมากวนใจผมต่อ “เอาเป็นว่าพวกกูเป็นห่วงก็แล้วกัน กลัวมึงตายคาอกน้อง เลยโทรมาเช็คสภาพเสียหน่อย ว่าแต่สุขโขสโมสรดีมั้ยวะ”
“มึงจะถามไปทำพระแสงของ้าวทำไม”
“อ๊าว!....” มันลากเสียงสูง ฟังแล้วน่าต่อยให้คางยุบมาก “....ก็เพื่อนกัน มีอะไรมันก็ต้องบอกกันสิพวกกูช่วยมึงวางแผนจีบคาเมะจังมาเป็นปี อยู่ๆจะมาปิดบังได้ยังไง ไม่ควรนะเว้ย”
“แม้แต่เรื่องที่กูจะได้ไม่ได้กับเมีย ก็ต้องรายงานมึงด้วยหรือ”
“ก็แล้วแต่จะโปรด ถ้าไม่ว่าอะไรก็บอกหน่อยเถอะ กูอยากรู้”
“กูไม่บอก แล้วไม่ต้องโทรมาอีกนะถ้าน้องกูนอนไม่พอ พรุ่งนี้กูจะให้คนไปเผาคอนโดมึง”
“ไอ่เหี้ย เรื่องนอนพอไม่พอ ไม่เกี่ยวกับกูหรอก มึงนั่นแหละจะทำให้เค้าพักผ่อนน้อย เอิ้กๆๆ เออ พอก็ได้วะ อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าพรุ่งนี้ อาหารเสริม ไข่ลวก โจ๊ก ยาลดไข้ หรือ ถุงยางอนามัยเพิ่มไหม”
ถ้ามันอยู่ใกล้คงไม่พ้นโดนต่อยเบ้าตาแตก แต่เพราะมันได้ยินแต่เสียงผมเลยกะจะด่ามันให้สาสมใจ แต่ไอ้เพื่อนชั่วมันดันรู้แกว ตัดสายไปเสียฉิบ ปาโทรศัพท์ทิ้งแถวโซฟานั่นแหละแล้วก็เดินกลับไปในห้องนอนอีกครั้ง
คาซึยะยังนอนหลับไม่รู้สึกตัว แฟนผมเป็นคนหลับลึก ถ้าลองได้นอนแล้วล่ะก็ไม่ถึงเวลาตื่นแล้วก็ไม่มีทางเปิดเปลือกตาขึ้นมาเด็ดขาด ขนาดในวันปกติโดนผมกอด หอม จนแก้มจะช้ำยังหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว แล้ววันที่ผ่านศึกหนักมาเกือบค่อนคืนจะมีสติที่ไหนมารับรู้ความเคลื่อนไหวรอบตัวได้อีก
เปลือกตาบางใสปิดสนิท ริมฝีปากเจ่อบวมเผยอน้อยๆ พอรู้สึกถึงไออุ่นของผมเขาจะขยับซุกเข้าหาทั้งที่ยังไม่ลืมตา เบียดพวงแก้มกับซอกไหล่ผมพร้อมเสียงครางพึงใจ
น่ารักไหมล่ะครับ
คุณคงสงสัยว่าทำไมทุกอย่างถึงเดินทางมาถึงจุดนี้ได้
มันคงจะใจร้ายแล้วก็เอาแต่ใจไปหน่อยถ้าผมจะเล่าแบบรวบรัด และคิดว่าพวกคุณคงไม่ยอมให้ผมปิดเป็นความลับเหมือนกับโคกิแน่ๆ เอาเป็นว่าเรื่องราวต่อจากนี้ ถือว่าผมบอกกับพวกคุณเท่านั้น มันเป็นความลับสุดยอด อย่าได้แพร่งพรายให้หลุดไปถึงหูคนขี้เซาของผมนะครับ เพราะไม่อย่างนั้น.....ผมไม่แน่ใจว่า คาซึยะ จะยังคงเป็นเด็กดีเหมือนเมื่อคืนหรือเปล่า
คุณพร้อมจะฟังหรือยังครับ ตำนานรักบันไดแดงที่ผมจะเป็นคนเล่า
เรื่องมันเกิดขึ้นในวันนั้น.......
To be continue.......... ^^
Fanismz ::: เพิ่งกลับมาจากป่า เอาไปแค่นี้ก่อนนะพี่น้อง
เดี๋ยวตอนต่อไปจะมาต่อเร็วๆ
เม้นท์ด้วย
งุงิๆ
edit @ 4 Dec 2007 19:09:30 by Fanismz
รออ่านต่อนะค้าบ