ดาวเคลื่อนเดือนคล้อยต่ำ .......น้ำค้างเย็นฉ่ำทิ้งตัวจากชายคาของกระเบื้องเนื้อดีลงกระทบแผ่นหินที่วางเรียงรายหยดแล้วหยดเล่า เสนาะเสียงกังวานใส ฟังคล้ายทำนองแว่วหวานจากสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า แสงอรุณแรกของวันทอทาบทับฟากฟ้าทิศตะวันออกเป็นสัญญาณของวันใหม่ สาดส่องผ่านหมู่แมกไม้ลงตกกระทบผืนหญ้าเขียวชอุ่ม มวลดอกไม้เบ่งบานเอนไหวตามสายลมที่พัดพริ้ว ทุกสรรพสิ่งแลยินดีที่จะสรรค์สร้างให้วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำอีกวันหนึ่ง
ร่างน้อยห่อตัวเข้าหากันเมื่อลมเย็นพัดเข้ามาต้องผิวกาย แม้จะผ่านพ้นฤดูหนาวมาหลายเดือนแล้ว แต่อากาศยามเช้ามืดก็ดูจะโหดร้ายเกินไปสำหรับผู้ที่มีเพียงชุดยูคาตะเนื้อบางปกป้องเรือนร่าง ผ้าทอมือผืนนุ่มจึงถูกคลี่คลุมบนไหล่บางซ้อมทับด้วยอ้อมแขนอบอุ่นและจุมพิตผะแผ่ว ร่างเล็กกว่าเอียงคอมอง เนตรงามระยับหรี่ลงพอให้อีกฝ่ายเข้าใจความหมาย
เอาเปรียบคาซึยะตั้งแต่เช้าตรู่เลยนะท่านหัวหน้าองครักษ์
พี่เห็นเจ้ายืนกอดตัวเองมาครู่หนึ่งแล้ว หวั่นว่าเจ้าจะฝืนยืนมองน้ำค้างจนล้มป่วยขึ้นมาอีกเลยอาสาทำให้อุ่น เหตุใดท่านชายน้อยถึงมองพี่เช่นนั้นเล่า เสียงแหบห้าวกระซิบยั่วเย้า ท่านชายน้อยจุดยิ้มบาง
ข้ามองเช่นไรหรือ
มองเหมือนพี่กำลังทำผิดกับเจ้าน่ะสิ
สมกับเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ของวังหลวง ข้านับถือในความปราดเปรื่องของท่านจินยิ่งนัก องครักษ์หนุ่มครางยาวในคอ โดนคำยอกย้อนจากคนรักแต่เช้าตรู่เช่นนี้นับเป็นความสุขอย่างหนึ่งของท่านชายอาคานิชิแต่ถ้าจะให้สุขยิ่งกว่าข้าอยากได้จูบรับอรุณหวานๆจากท่านมากกว่านะ ท่านชายน้อย ยอกย้อนทั้งที่ยังยิ้มในหน้า ในสามโลกนี้ จะมีใครทำได้จับตาเสมอท่านชายน้อยอีกหรือไม่หนอ
ข้ายอกย้อนหรือเจ้าคะ แย่จริง ข้าไม่รู้ตัวเลย
ถ้าเช่นนั้น พี่จะทำให้เจ้ารู้ตัว ดีหรือไม่
ดวงหน้าเรียวเอียงหลบปลายจมูกโด่งที่คอยแต่จะกดลงบนปรางแก้มนวล บอกเสียงอ่อน อย่าลำบากท่านจินเลยเจ้าค่ะ ข้าขอเวลาตรึกตรองเพียงครู่ก็คงรู้เอง ท่านจินว่าวันนี้ฝนจะตกไหมเจ้าคะ
เฉไฉเก่งไม่มีใครเกิน แล้วมาถามข้าด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นเพียงนั้นใครมันจะใจแข็งเมินเฉย ความอยากรู้ของท่านชายน้อยได้ ข้าคิดว่าคงไม่ เจ้าอยากรู้ทำไมหรือ
ข้าคิดว่าจะชวนคุซาโนะไปจวนท่านเจ้าเมือง ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่างามหนักหนามาร่วมปี เลยอยากไปดูให้เห็นกับตาสักครั้งเจ้าค่ะ
อืม รอวันพรุ่งได้ไหม พี่จะพาไปเอง
อย่าลำบากเลย วันนี้ท่านต้องไปตรวจกองพลทั้งวันมิใช่หรือเจ้าคะ กลับมาท่านคงเพลีย จะพาข้าออกไปตะลอนๆอีกคงไม่ไหว ข้าเห็นใจคนแก่
เจ้าเด็กตัวร้าย เจ้าว่าใครแก่กัน
ท่านชายน้อยแสร้งตีหน้าครุ่นคิด หากกังวานเสียงใสกลับยิ่งตอกย้ำให้คนตัวสูงยิ่งนึกหมั่นเขี้ยว ข้าก็ว่าคนที่เกิดก่อนข้านับปีสิเจ้าคะ ท่านออกจะชาญฉลาดในทุกเรื่องเหตุใดยังต้องย้อนถามข้า
ร้ายนักนะ กล้าเอ่ยปากว่าคนที่กอดเช้าจนถึงเช้าโดยไม่เกรงกลัวกันแช่นนี้ ดูท่าข้าคงต้องย้ำกับเจ้าอีกครั้งกระมังว่าใครกันที่มีแรงทำให้ท่านชายน้อยแทบลืมตัวลืมตนในยามค่ำคืน มิใช่คนที่เจ้าหาว่าแก่คนนี้หรอกหรือคาซึยะ เจ้าของชื่อหน้าร้อนวาบ อาย อายเหลือกำลัง
ท่านจิน! ข้าเคยขอท่านแล้วมิใช่หรือว่าอย่านำเรื่อง....เรื่องนั้นมาล้อข้า
ใครว่าพี่ล้อเจ้า พี่พูดความจริง หรือเจ้าไม่เห็นเป็นเช่นนั้น คิ้วคมเลิกสูง มองคนตัวเล็กฮึดฮัดขัดใจ แก้มแดงปลั่งแล้วก็ไม่คิดจะกลั้นยิ้ม ท่านชายหนุ่มประคองไหล่บาง จับร่างน้อยให้หันมาหาหวังจะง้อเอาใจตามวิธีที่ตนถนัด หากท่านชายคาซึยะกลับถอยออกห่าง บอกเสียงสะบัด
ข้าจะไปดูเรือนครัว แทบจะกระทืบเท้าออกไปถ้าทำได้ ท่านหัวหน้าองครักษ์มองตามร่างบางที่เดินปัดๆออกไปแล้วก็หัวเราะกับตัวเอง
อาคานิชิ จินหลงเจ้าเพื่อนตัวจ้อยมากเพียงใด ดูจากเรื่องนี้คงพอรู้ ขนาดคาซึยะโกรธ งอน และทำหน้าตาบึ้งตึงใส่ ข้ายังมองเห็นว่าอีกฝ่ายน่ารักน่าชังหาใครเหมือน การได้ตามงอนง้อ ได้มองดวงหน้าเรียวแสดงอารมณ์ตามความรู้สึกภายในดูจะกลายเป็นเรื่องรื่นรมย์ที่สุดของชีวิตท่านชายอาคานิชิไปเสียแล้ว ให้ข้านั่งมองเจ้าทั้งวันโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ข้าก็คิดว่าข้าทำได้โดยไม่เบื่อนะคาซึยะ
อาหารมื้อแรกของวัน คุซาโนะกำกับให้ข้ารับใช้จัดสำรับตามเวลาปกติ ถ้าวันใดที่ผู้เป็นนายจะต้องออกไปประจำอยู่ที่กองพลก็จะตั้งสำรับเร็วกว่าวันที่ท่านจินอยู่เรือนพัก ซึ่งประการหลังนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เป็นนายว่าอยากจะออกจากห้องนอนเมื่อใดยามใด ยิ่งในช่วงที่มีอาคันตุกะเป็นท่านชายน้อยคาเมนาชิมาพำนักด้วยแล้วล่ะก็ สำรับเช้าก็สำรับเช้าเถอะ ถึงจะเป็นมื้อที่สำคัญแต่ก็มีสิทธิ์เป็นม่ายได้เหมือนกัน เช้านี้ท่านจินจะต้องออกไปตรวจกองพลครั้งใหญ่ ส่วนท่านชายน้อยนั้นเอ่ยขอแกมบังคับให้คุซาโนะพาชมบ้านของเขาเอง ทั้งสองเลยตกลงกันว่าจะออกจากบ้านหลังจากนายท่านของคุซาโนะออกไปทำงานราชการแล้ว
นี่คืออะไร ท่าทางน่ากิน
เสียงนายเหนือหัวของคุซาโนะถามแผ่วๆ บุตรชายท่านเจ้าเมืองมองร่างสูงที่นั่งอกผายไหล่ผึ่งแต่ทอดสายตาเสียหวานเชื่อมแล้วก็นึกขำในใจ ร้อยวันพันปีคุซาโนะจัดอะไรให้รับทานท่านจินก็ไม่เห็นเคยซักเคยถาม มาวันนี้เขาได้ยินคำถามทำนองนี้มาหลายรอบแล้ว ยิ่งเห็นว่าคนที่นั่งเท้าแขนอยู่ข้างๆ แจงให้ฟังแจ๋วๆแล้วนายท่านก็ดูจะยิ่งเพลิดเพลินใจ ถามไม่ขาดคำ
เจ้าทานข้าวทานปลาบ้างหรือเปล่าคาซึยะ เจอกันกี่ครั้งๆ พี่ไม่เห็นว่าเจ้าจะตัวโตขึ้นเลย
ข้าสูงขึ้นนะ ท่านอย่ามาหาความ
เจ้าคิดเอาเองกระมัง ตอนพี่กอดครั้งแรกเจ้าก็ยังสูงแค่ปลายคางพี่ จวบจะครบปีในอีกไม่กี่วันนี้แล้วก็ไม่เคยเกินนั้นเลย ปรางแก้มนวลร้อนผ่าว กระนั้นยังเพียรซ่อนความเก้อเขินไว้ ไม่อยากถูกดวงตาคมกริบจับจ้องให้ต้องสูญเสียความเก่งกล้าของตนไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ท่านเลอะเลือนแล้วเจ้าค่ะท่านชาย เราพบกันครั้งแรกเมื่อสิบปีที่แล้วเห็นจะได้ และตัวข้าที่ท่านกอดตอนนั้นก็เป็นเพียงเด็กน้อยตัวเล็กๆ เวลาผ่านไปนานถึงเพียงนี้ เหตุใดข้าจะไม่โตขึ้นเลย
ใครเขาเอ่ยถึงกอดเช่นนั้นเล่า พี่หมายถึง........
กระแสเสียงทุ้มต่ำละไว้ในฐานที่เข้าใจ เมื่อถูกดวงตาเรียวงามตวัดตอบกลับมา ท่านชายอาคานิชิก็แกล้งยักไหล่ มองเลยไปยังร่างเล็กของเด็กชายที่นั่งขัดสมาธิอยู่ระเบียงด้านนอก คุซาโนะ
ขอรับนายท่าน พุ่งตัวเข้ามาอย่างว่องไว
ข่าวว่าเจ้าจะพาท่านชายน้อยไปชมจวนท่านเจ้าเมืองเช่นนั้นหรือ
ขอรับ แต่ข้าไม่ได้เป็นต้นคิดเรื่องนี้นะขอรับ คาซึยะเป็นคนอยากไปเอง ข้าจำต้องพาไป ผู้ถูกพาดพิงถึงจิ๊ปาก ตาวาวขึ้นมาทันควัน ก็ไม่ใช่เจ้าหรอกหรือที่มาเป่าหูข้าทุกคืนวัน จนข้าอยากไปดูให้เห็นกับตาน่ะ เจ้าภูติหน้าลิง
ข้าแค่พูดเรื่องจริง บ้านของข้างามจนคนร่ำลือ ข้าไม่ได้ปดนี่นา
เอาล่ะๆ เจ้าสองคนนี่เมื่อไหร่จะเลิกเอาชนะคะคานกันนะ คุซาโนะ ข้าอนุญาตให้เจ้าพาท่านชายน้อยไปชมเรือนของเจ้าได้ แต่เจ้ารับปากข้าได้หรือไม่ว่าจะดูแลคาซึยะให้ดีที่สุด
คุซาโนะรับคำแข็งขัน ทั้งที่ในใจนั้นอดค่อนไม่ได้ โธ่เอ๋ย นายท่าน ฝีมือเก่งกล้าเช่นคาซึยะไม่จำเป็นต้องมีคนดูแลหรอกขอรับ ซ่อนความโหดไว้แนบเนียนขนาดนี้ ข้าว่าท่านควรจะห่วงเจ้าคนที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้แล้วดันมาพึงใจในรูปโฉมของคาซึยะมากกว่า เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าคนมีกรรมนั่นก็จะโดนโทษสถานหนักทั้งจากท่านชายน้อยและจากนายของข้าเอง หึๆๆ
พี่ต้องตรวจการซักซ้อมของกองทหารทั้งวัน อาจจะกลับค่ำ แต่เมื่อกลับมาถึงพี่คงจะได้เห็นเจ้ารออยู่ที่เรือนเรียบร้อยแล้ว ใช่หรือไม่คาซึยะ
คาซึยะยิ้มใส พยักหน้ารับเร็วๆ
เจ้าค่ะ
ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุซาโนะพาท่านชายน้อยออกตระเวนชมเมืองและก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องใช้บารมีบุตรชายท่านเจ้าเมืองคอยส่งสายตาปรามสาวน้อยหนุ่มใหญ่ที่เพียรลอบมองคู่หมายของท่านหัวหน้าราชองครักษ์ไปตลอดทาง คาซึยะเองก็ไม่ได้เข้าใจความลำบากของคุซาโนะเลย ท่านชายน้อยยังคงเดินโปรยยิ้มบางๆให้กับดอกไม้ใบหญ้าและร้านรวงทั้งสองข้างทางเหมือนไม่มีมนุษย์อื่นในสายตา ใช่สิ บ้านป่าเมืองเถื่อนแบบนี้ มันจะมีใครรูปงามนามไพเราะได้เท่านายท่านอีกเล่า
เจ้าอยากชมบ้านของข้ามิใช่หรือคาซึยะ
อื้ม ก็เราสองคนกำลังไปบ้านเจ้ามิใช่หรือ
มันก็ใช่ แต่เจ้าเล่นเดินชมเมืองไปตลอดทางเช่นนี้ เมื่อไหร่จะถึงบ้านข้ากันล่ะ เดินสามก้าวหยุดๆ ตะวันตกดินอีกสามรอบก็ยังไม่เห็นหลังคาเรือนหรอก ท่านชายน้อยหัวเราะชอบใจ แหม นานทีข้าจะได้ออกมาเดินดูบ้านเมือง เจ้าก็ขัดคอข้าเสียได้นะคุซาโนะ เจ้าจะรีบไปไหนกันเล่า เรามีเวลาทั้งวัน ข้าก็อยากดูนั่นดูนี่บ้างสิ ในเมืองหลวงมีของแปลกๆแบบนี้ให้ดูเมื่อไหร่กันล่ะ
ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจ เกิดเพลินจนกลับเรือนค่ำ นายท่านกริ้วขึ้นมาก็อย่ามาโทษข้านะ
ท่านจินไม่โกรธหรอกน่า
ไม่โกรธเจ้า แต่จะเอาข้าตายน่ะสิ
เจ้านี่ขี้บ่นมากขึ้นทุกวันนะ ถ้าโทโมฮิสะมาด้วยคงช่วยกันบ่นข้าสนุกปาก
ดวงตาเรียวเหวี่ยงค้อนให้สหายสนิท ปากบางกล่าวถ้อยคำเหน็บแนมอย่างไม่กลัวเกรง คุซาโนะหัวเราะหึ ทีกับข้าล่ะดุนัก พูดอะไรนิดหน่อยไม่ได้เป็นต้องตอบโต้เอาคืนเป็นเท่าทวี ทีกับนายข้านี่ละนิ่ม เจ้าคะเจ้าขา เสียงอ่อนเสียงหวาน น่ารักน่าเอ็นดู เออสิ ข้ามันตัวไม่สูง ผิวไม่ขาว ตาไม่คม ปากไม่แดง รูปไม่งามเหมือนนายท่านนี่!
มองข้าแบบนี้ มีอะไรในใจหรือบุตรชายท่านเจ้าเมือง ร่างเล็กถลกแขนยูคาตะขึ้น กร่างเข้าหาเจ้าของดวงตากลมโตด้วยสีหน้าเอาเรื่องจนคุซาโนะถอยกรูด ไม่มี ข้าแค่คิดว่าเราควรรีบไปได้แล้ว เดี๋ยวแดดจะร้อนยิ่งกว่านี้ เกิดเจ้าตัวดำขึ้นมา ท่านจินได้ลงโทษข้าตาย
อะไรๆก็ท่านจินๆ ชีวิตเจ้านี่ไม่มีเหตุผลอื่นเลยหรืออย่างไรกันนะ
โอ๊ย คำกล่าวนั่นข้าไม่บังอาจรับหรอก ขอยกคืนให้ท่านก็แล้วกันท่านชายน้อย
ท่านชายน้อยเบ้ปาก แกล้งเมินมองพุ่มไม้สีเขียวชะอุ่มข้างทางแล้วก็แย้มยิ้มกับตัวเองเงียบๆ เจ้าพูดถูกแล้วคุซาโนะ ท่านจินคือทุกเหตุผลของคาซึยะ เขาเป็นทุกอย่างของข้า นั่นคือความจริงอย่างที่สุด
จวนของท่านเจ้าเมืองงดงามสมคำร่ำลือ ไม่เสียทีที่คาซึยะเฝ้าฝันอยากเดินทางมายลด้วยตาตัวเองอยู่นานนับปี นับตั้งแต่ทางเข้าที่เป็นถนนกรวดทอดยาวเข้าไปด้านใน สองข้างทางเดินที่ประดับด้วยพันธุ์ไม้งามสีสันสดใสเข้ากับฤดูกาล ตัวเรือนประกอบจากไม้เนื้อดี โออ่าอลังการรับกับการตกแต่งสวนโดยรอบ ทั้งส่วนหน้า ส่วนกลางและเรือนด้านหลังล้วนเหมาะกับคำว่างดงามไปเสียสิ้น
ความพึงพอใจของอาคันตุกะสูงศักดิ์จากเมืองหลวงดูจะทำให้ท่านเจ้าเมืองปลาบปลื้มใจอย่างที่สุด ข้าหลวงสูงวัยต้อนรับขับสู้ท่านชายน้อยอยู่เกือบครึ่งวัน จากนั้นก็กำชับให้บุตรชายคนเล็กดูแลท่านชายน้อยให้ดีอีกครั้ง ส่วนตัวท่านเจ้าเมืองเองก็ต้องออกไปดูการซักซ้อมของไพร่พลที่ค่ายใหญ่นอกเมือง
ร่างเล็กนั่งห้อยขาอยู่ข้างคุซาโนะ ทานของว่างที่เจ้าบ้านจัดมาต้อนรับพลางมองสำรวจไปทั่วทั้งสวนไม้ดัดอย่างเพลินตา แล้วความรื่นรมย์ของทั้งสองหนุ่มน้อยก็ถูกขัดด้วยเสียงฝีเท้าของบุคคลที่สาม คาซึยะผินหน้าไปมองพร้อมกับที่คุซาโนะเอ่ยทักทายผู้มาใหม่อย่างคุ้นเคย
ท่านอา ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ข้ากลับมาเมื่อวาน ไม่เห็นพักเดียว เจ้าโตขึ้นมากเลยนะฮิโรโนริ ยังซนให้ท่านพี่ปวดหัวอยู่หรือไม่ คุซาโนะส่ายหน้าพลางหัวเราะร่า เมื่อทั้งสองอาหลานยืนคุยกันอยู่ คาซึยะก็จำต้องลุกตามไปด้วย คุซาโนะยิ้มเต็มหน้า เห็นผู้เป็นอามองเพื่อนใหม่ของเขาอย่างสนใจก็ไม่ละเลยที่จะเอ่ยแนะนำ
ท่านชายคาเมนาชิ คาซึยะ สหายของข้าจากเมืองหลวงขอรับ คาซึยะ ท่านผู้นี้คือท่านอาของข้า.
คิมูระ ทาคุยะ นับเป็นวาสนาที่ได้พบท่านชายรูปงามเช่นท่านในบ้านป่าเมืองเขาเช่นนี้
คาเมนาชิ คาซึยะขอรับ ยินดีที่ได้พบ รอยยิ้มอ่อนหวานดูจะก่อเกิดความรู้สึกเอ็นดูในใจของผู้มาใหม่ได้มากมายเหลือเกิน น้ำเสียงที่เอ่ยตอบกลับมาจึงนุ่มหู น่าฟัง ท่านชายพักอยู่ที่จวนนี้หรืออย่างไร เหตุใดข้าถึงไม่ทันได้พบ
มิได้ขอรับ ข้าพักอยู่ที่เรือนของท่านหัวหน้าราชองครักษ์
อ้อ ท่านทั้งสองมาจากเมืองหลวงเช่นเดียวกันสินะ ข้าเคยพบท่านชายอาคานิชิสองสามครั้งหากก็นานร่วมครึ่งปีได้แล้ว ไม่เคยรู้เลยว่าท่านจินจะมีสหายน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ แม้จะเป็นคำชมจากบุรุษรูปโฉมงดงามหาผู้ใดเทียบได้ยากผู้หนึ่ง หากก็ไร้ร่องรอยของความเก้อเขินบนดวงหน้างาม
คำยกย่องทำนองนี้ท่านชายน้อยเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่ยามเยาว์ หากไม่ได้มาจากปากและสายตาของใครบางคนแล้ว มันก็ค่าเพียงสายลมเย็นๆที่พัดผ่าน.....เพียงเท่านั้น
การปราศัยดูจะไม่จบลงง่ายๆ เมื่อผู้มีศักดิ์เป็นอาของคุซาโนะยังปักหลักมั่นอยู่ที่เดิม สารพัดเรื่องราวที่สรรหามาเรียกเสียงหัวเราะและคำถามจากท่านชายตัวน้อย ทำให้เวลาช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งมาได้รับรู้ว่าท่านคิมูระเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ช่วยออกแบบการตกแต่งจวนแห่งนี้ยิ่งทำให้คาซึยะนึกประทับใจ ท่านชายผู้นี้รูปโฉมงดงามน่ามอง วาจาน่าฟัง แล้วยังมีวิชาความรู้อันเป็นศาสตร์ที่คาซึยะสนใจติดตัว ไม่แปลกเลยที่ท่านชายน้อยจะเพลิดเพลินอยู่กับสหายต่างวัยจนลืมสังเกตความเป็นไปรอบตัว
ความสลัวเข้าครอบคลุมทุกตารางในจวนท่านเจ้าเมือง
แสงไฟจากโคมและไต้ส่องสว่างแทนดวงตะวัน
.
.
คุซาโนะ ฟ้ามืดแล้ว!
เสียงใสร้องบอกสหายสนิท คุซาโนะพยักหน้ารับเนือยๆ
ข้าบอกเจ้าตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินแล้ว เจ้าก็ไม่ฟัง เอาแต่คุยกับท่านอา เป็นอย่างไรล่ะ กลับเรือนค่ำจนได้ คราวนี้โทษข้าไม่ได้นะ ท่านชายน้อยครางในคอ พอระลึกได้ว่าตนมีคำสัญญาไว้กับใครบางคน ความสนุกสนานที่ได้ฟังเรื่องใหม่ๆก็เป็นอันชืดลงทันควัน ความรื่นรมย์ทั้งปวงแลจะวูบดับไปพร้อมแสงตะวัน ความกังวลเลื่อนเข้าแทนที่ ป่านนี้แล้ว ท่านจินมิคอยจนเคืองข้าไปแล้วหรือ
ท่านคิมูระ ข้าคงต้องขอลาก่อน
เหตุใดต้องรีบร้อนกลับท่านชาย มีเหตุด่วนเช่นนั้นหรือ
มิได้ แต่ตอนนี้มันค่ำแล้ว ข้าเกรงว่าท่านจินจะคอย แม้จะไม่ค่อยเข้าใจคำกล่าวนั้นเท่าใดนัก หากท่านอาของคุซาโนะก็ยอมลุกออกมาส่งอาคันตุกะตัวน้อยถึงหน้าจวน ท่านชายคิมูระกำลังเอ่ยขอไปส่งให้ถึงเรือนหัวหน้าราชองครักษ์ ท่านชายน้อยก็ชะงักเท้าจนคนอื่นๆต้องหยุดตาม
ท่านจิน
ร่างสูงสง่าที่เดินเข้ามาตามทางเดินโรยกรวดคือสาเหตุที่ทำให้ดวงหน้าเรียวพราวรอยยิ้มกระจ่างจนเห็นได้ชัด อาคานิชิ จินคำนับท่านชายคิมูระ เอ่ยทักทายอย่างไม่ถือตัวแม้จะมีบรรดาศักดิ์และตำแหน่งหน้าที่ที่สูงกว่าหลายขั้น
ท่านคิมูระ ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง
เช่นกัน ท่านจินคงมารับท่านชายน้อย เราสองคนคุยกันเพลินจนลืมเวลา ข้าเห็นว่าฟ้ามืดแล้ว กำลังอาสาจะพาไปส่งอยู่พอดี ดวงตาคมลึกที่ทอดมองร่างบางทำให้ริมฝีปากสีแดงดุจเลือดเหยียดออก...เพียงเล็กน้อย ข้าไม่แปลกใจกับท่าทีของท่านชายผู้นี้แม้สักนิด รูปโฉมงดงามราวชนชั้นฟ้าเช่นคาซึยะของข้า ไม่ว่าผู้ใดก็เป็นอันต้องติดตาตรึงใจไม่เว้นวาย มือขาวจัดเอื้อมไปแตะร่างเล็กให้เข้ามายืนข้างตัว
อย่าลำบากท่านเลย ข้าตั้งใจจะมารับคาซึยะอยู่แล้ว
ข้าไม่เห็นว่ามันเป็นความลำบากแต่อย่างใด แต่หากมันเป็นความประสงค์ของท่านชาย ข้าก็คงไม่ขัด ได้แต่หวังว่าข้าคงมีโอกาสได้ไปเยี่ยมท่านชายน้อยที่เรือนหัวหน้าราชองครักษ์บ้างในบางคราว หากเป็นเช่นนั้นท่านจินจะรังเกียจหรือไม่ หัวหน้าราชองครักษ์เผยยิ้มบาง
ข้ายินดี เพียงแต่ว่าคาซึยะจะต้องกลับเมืองหลวงในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว หากท่านประสงค์จะพบ อาจจะต้องรอสักระยะกว่าท่านชายน้อยจะกลับมาที่นี่อีกหน ใบหน้าคมคร้ามเบือนมองคนกลางที่ยืนนิ่งมาตั้งแต่ต้น คาซึยะยิ้มหวานทั้งที่ในใจปั่นป่วน
ท่านจินโกรธคาซึยะแน่แล้ว
ท่านจะกลับเมืองหลวงแล้วหรือท่านชาย
ขอรับ ข้ามาพักได้เพียงแค่ช่วงสั้นๆ ต้องกลับไป......เอ่อ.....สะสางงานให้เรียบร้อย ฝ่ามือที่แตะลงบนบั้นเอวทำให้ยิ่งอกใจไหวหวั่น ท่านชายน้อยรวบรัดคำตอบให้ตรงกับคนชี้นำ ทั้งที่คาซึยะก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าตนจะต้องรีบกลับเมืองหลวงทั้งที่เพิ่งมาถึงได้เพียงแค่สองวัน!
น่าเสียดายนัก ข้าไม่ได้พบคนคุยกันถูกคอเช่นท่านชายมานาน พบกันได้เพียงชั่วครู่ยาม ก็จำต้องจากกันไกลเสียแล้ว หวังว่าข้าคงมีโอกาสครั้งที่สองในเร็ววันนี้ คำกล่าวนั้นจงใจแฝงนัยยะที่รู้กันเพียงสองคน คาซึยะยิ้มบาง ปลายตามองคุซาโนะที่ยืนทำหน้าแหยอยู่ด้านหลังผู้เป็นอา
เจ้าลิงบ้า ข้าอึดอัดใจจะแย่อยู่แล้ว ทำอะไรสักอย่างได้ไหมคุซาโนะ!
นายท่านจะรับน้ำชาไหมขอรับ ข้าจะให้คนยกมา
ไม่ต้อง ข้าจะกลับแล้ว ท่านคิมูระ ข้าขอลา โอกาสหน้าคงได้พบกันอีก เป็นการเอ่ยลาที่กระชับและห้วนสั้นอย่างที่ไม่เคยทำ หากลักษณะความเป็นนายทหารผู้กร้าวแกร่งทำให้กริยานั้นไม่ดูขัดตา ร่างสูงหันหลังกลับทิ้งให้คาซึยะมองหน้ามองหลังอย่างลังเล
คุซาโนะ เจ้าไม่ไปด้วยกันหรือ คุซาโนะส่ายหน้าเร็วๆ
วันนี้ข้าจะนอนที่บ้าน
เหตุใดต้องเป็นวันนี้ด้วยเล่า เจ้าต้องไปกับข้าสิ
ไม่ ท่านอากลับมาทั้งที่ข้าก็มีเรื่องต้องคุยบ้างสิ วันนี้ทั้งวันเจ้าก็ผูกขาดท่านอาข้าอยู่คนเดียว เจ้ากลับไปเถอะน่า พรุ่งนี้ข้าก็กลับไปแล้ว กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง บุตรชายท่านเจ้าเมืองตอบอย่างไร้เยื่อใย ซ้ำยังบอกใบ้ความกังวลของคาซึยะให้คนที่ยืนฟังอยู่รู้โดยไม่คิดจะอ้อมค้อม คาซึยะยิ้มเจื่อนให้ท่านคิมูระ มองไปด้านหลังเห็นร่างสูงหยุดยืนรออยู่ในเงาของพุ่มไม้ใหญ่ก็สาวเท้าตามไปอย่างไร้ทางเลี่ยง
ท่านจินโกรธจนไม่ยอมมองหน้าเช่นนี้ ข้าใจคอไม่ดีเลย
.
.
.
ท่านจิน
หลังจากปล่อยให้ความเงียบอันน่าอึดอัดเป็นใหญ่มานาน คาซึยะก็ทำลายมันลงด้วยคำขานแผ่วๆ และเพราะยามนั้นรอบตัวตกอยู่ในความสงัดเงียบ มีเพียงเสียงหมู่แมลงกลางคืนที่ขับขานบรรเลงในความมืดมิด แม้จะเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพียงใด ผู้ที่เดินอยู่ด้านหน้าก็ไม่อาจแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินไปได้
หัวหน้าราชองครักษ์หยุดฝีเท้าลง รอให้ร่างน้อยเดินมาหยุดต่อหน้าโดยไม่มีคำพูดสักคำ
ท่านโกรธข้าหรือ
มีเรื่องใดให้ข้าต้องโกรธเคืองท่านหรือ ท่านชายน้อย
ท่านโกรธข้า คนตัวเล็กกว่าย้ำคำเดิม ท่านชายอาคานิชิถอนใจ มองดวงหน้าเรียวเงยต้องแสงจันทร์แล้วก็ให้ใจมันวิบไหว แม้แต่ความมืดหม่นของราตรีกาลก็ยังไม่อาจเอาชนะความงดงามของเจ้าได้แล้วนับประสาอะไรกับคนที่รักเจ้าจนหมดใจเช่นข้า
ข้าไม่ได้โกรธ ท่านชายน้อยใจหาย ท่านดื้อดึงเรียกตัวเองว่าพี่จนข้าเคยชินกับคำนั้นมานับปี เคืองข้าไม่ถึงชั่วยามก็กลับไปแทนตัวเองเหมือนเมื่อก่อน เช่นนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่ได้โกรธข้าอีกหรือ
ถ้าเช่นนั้น...เหตุใดท่านต้องบอกท่านคิมูระว่าข้าจะกลับเมืองหลวงแล้ว
เจ้าไม่พอใจที่ข้าบอกเขาเช่นนั้นหรือคาซึยะ หรือเจ้าจะให้ข้าบอกไปด้วยว่า เราสองคนกำลังจะกลับไปเข้าพิธีมงคลของสองตระกูลที่เตรียมการกันมาข้ามปี
ข้า....ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น กว่าจะถึงวันงานยังยังอีกนาน ข้าเพิ่งมาถึงเมื่อสองวันก่อน ท่านก็คิดจะไล่ข้ากลับแล้วหรือท่านจิน ท่านชายน้อยหันหน้าหนี ไม่ได้โกรธแล้วเหตุใดต้องทำเสียงดุข้าด้วยเล่า พูดดีด้วยถึงเพียงนี้ยังไม่เลิกปั้นหน้าเย็นชาเสียที ข้าจะเคืองบ้างแล้วนะ
เจ้าน่าจะรู้ดีที่สุดนะว่าข้าอยากให้เจ้าอยู่หรือไป
ถ้าท่านยังทำหน้าดุเสียงดุอยู่เช่นนี้ ข้าก็คงคิดว่าท่านอยากให้ข้ากลับบ้าน
ท่านชายอาคานิชิชะงัก แล้วกัน เหตุใดถึงกลายเป็นเจ้าที่เคืองข้ากันเล่าคาซึยะ ข้ากลับมาถึงเรือน หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เจอเจ้ายิ้มรออยู่ ทั้งเหนื่อยทั้งหิวหากก็อดใจไว้ อยากมานั่งร่วมสำรับกับเจ้าแต่ข้ากลับพบเพียงความว่างเปล่า ตามเจ้าไปถึงจวนท่านเจ้าเมืองก็เห็นเจ้ายืนยิ้มหวานให้ชายอื่น ข้าจะหวงบ้างก็กลายเป็นความผิดเช่นนั้นหรือท่านชายน้อย
ถ้าเจ้าอยากกลับข้าก็คงไม่ฝืนรั้งเจ้าไว้
ท่านจิน
อย่ากังวลไปเลย วันรุ่งข้าจะให้คนไปส่ง
ท่าน!
น้อยใจเหลือกำลัง แต่พอเห็นสายตาคมหวานที่ทอดมองมาแล้วท่านชายน้อยก็ใจอ่อนยวบ ชายตรงหน้าข้า.....ปากเอ่ยถ้อยความเหมือนไม่ใยดีแต่ข้างในใจกลับตรงข้าม ท่านชายน้อยเข้าใจในบัดนั้น เมื่อใจสองดวงรักกันจนสวรรค์ยังมิอาจพราก แล้วมีหรือที่ข้าจะปล่อยให้ทิษฐิและความดื้อรั้นมันทำให้ข้าและคนที่รักสูญเสียเวลาแห่งความสุขไปโดยใช่เหตุ
ร่างหอมกรุ่นขยับเข้าไปใกล้ แนบใบหน้ากับอกกว้าง....ง้องอนด้วยวิธีของท่านชายน้อย วิธีที่ทำให้อีกคนแทบละลายหมดทั้งใจ
ข้าอยากอยู่กับท่าน ท่านจินจะใจร้ายส่งข้ากลับได้ลงคอหรือเจ้าคะ
พี่จะใจร้ายกับคนที่ใจร้ายกับพี่ก่อน
คาซึยะใจร้ายกับท่านหรือเจ้าคะ เอียงใบหน้าขึ้นถามเสียงอ่อน รอยยิ้มงามผุดบนเรียวปากงอนเมื่ออ้อมแขนอบอุ่นโอบรัดตอบสนอง จุมพิตบางเบาแตะแต้มทั่วขมับสวย สัมผัสที่บอกความในใจของท่านชายอาคานิชิได้หมดสิ้น
ใจร้ายมาก
หาความ ข้าแค่กลับเรือนผิดเวลาเพียงเท่านั้น
ปล่อยให้พี่กลับมาเรือนมืดๆ แล้วก็ความเงียบ ทิ้งให้พี่ยืนใจหายอยู่เป็นนาน นึกหวั่นไปสารพัดว่าเจ้าจะพาตัวเองเข้าไปทำเรื่องเสี่ยงภัยเหมือนเมื่อก่อนอีกหรือไม่ เจ้าเห็นไหมว่าพี่รีบออกมาจากเรือนทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย รู้ถึงไหนคงอายเขาถึงนั่น หัวหน้าราชองครักษ์วิ่งตามหาคู่หมายหน้าตาตื่นทั้งที่อยู่ในชุดของกองพล คาซึยะหัวเราะเสียงใส เบียดแก้มกับซอกไหล่กว้างอย่างออดอ้อน
เพราะข้าไม่รักษาเวลาเลยทำให้ท่านต้องเป็นห่วง ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก ท่านจินอย่าเคืองข้าอีกเลยนะเจ้าคะ
เอาเถอะ เห็นว่าเจ้าง้อพี่ได้น่าเอ็นดูนัก พี่จะละเว้นโทษให้เจ้าสักครั้ง
ละเว้นโทษ นี่ข้าเป็นคู่หมายหรือเป็นนายทหารในกองพลของท่านกันแน่ ความผิดเล็กน้อยเพียงนี้ถึงกับต้องโทษเชียวหรือเจ้าคะ ข้าชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าใครกันแน่ที่ใจร้ายกว่ากัน ท่านชายอาคานิชิกดจมูกลงกับแก้มเนียนแรงๆ บอกเสียงชื่น
ทำให้ชายอื่นหลงใหลในความงามของเจ้าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยนะท่านชายน้อย โทษของเจ้าจะต้องถูกกักบริเวณอยู่ในห้องนอนเจ็ดวันเจ็ดคืน พี่ปรานีลดให้เหลือเพียงแค่สามวันสามคืน เจ้ายังจะหาว่าพี่ใจร้ายอีกหรือคาซึยะ
ท่านใส่ความข้า ข้าไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้นกับใครเลยสักครั้ง
พี่ไม่รับอุธรณ์ใดๆทั้งสิ้น เตรียมรับโทษของเจ้าเถอะ ท่านชายน้อยหน้าง้ำ กลีบปากอิ่มตึงถูกเม้มเพราะความขัดใจ ข้าก็เป็นคาซึยะของข้าเช่นนี้ ใครจะพึงใจไม่พึงใจข้าจะไปห้ามได้อย่างไรกัน คนเจ้าเล่ห์ ท่านจินเจ้าเล่ห์ที่สุดในโลก!
......ท่านชายน้อย......
เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักเงยขึ้นรับแสงสีเงินยวงของจันทรา คาซึยะเผลอมองความงดงามตรงหน้าจนลืมความขุ่นเคืองเสียสิ้น นับจากเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนั้นผ่านพ้นไป ชีวิตของท่านชายน้อยก็ไม่เคยประสบความทุกข์ทนใดๆอีกเลย อาจด้วยชะตาที่ถูกลิขิตมาเช่นนั้น สวรรค์จึงโอบอุ้มคาซึยะให้รอดพ้นจากความเศร้าหมองทั้งปวง หรือ อาจจะเป็นเพราะบุรุษตรงหน้าที่ทำให้ทุกคืนวันของท่านชายน้อยถูกเติมเต็มไปด้วยความสุข
ความรักที่หล่อหลอมให้ท่านชายคาซึยะเข้มแข็งมากขึ้นตามวันเวลาที่ผันผ่าน
โคมสีเงินยวงลอยสูงเหนือยอดไม้ใหญ่ แสงสีเงินทอทับอาบย้อมให้ทุกสรรพสิ่งงามเด่นขึ้นมาจากความมืดหม่น ดวงตาเรียวมองขึ้นไปยังฟากฟ้ากว้างจุดหมายเดียวกันกับดวงตาคู่คม กลุ่มเมฆจางๆ ไหลเลื่อนผ่านพ้น เผยแสงสว่างนวลของจันทราให้ยิ่งแจ่มชัด
จันทรา งามไม่ต่างจากค่ำคืนนั้น
ขอบคุณสวรรค์ เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ขอบคุณที่ไม่พรากของรักของข้าไป คาซึยะยิ้มบาง
ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ข้าได้อยู่กับท่านตรงนี้
อ้อมกอดอบอุ่น แนบแน่น แทนคำกล่าวได้เป็นร้อยพัน
จุมพิตลึกซึ้ง อ่อนหวาน แทนคำสัญญาว่าข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งดวงใจของข้า
แววตาอ่อนโยน แทนความในใจที่มีแต่ความรักและปรารถนา......ไม่มีวันจืดจาง
พี่รักเจ้า
สวรรค์โปรดเป็นพยาน
ชั่วกัลปวสาน
จนกว่าดวงอาทิตย์จะถึงกาลเยือกเย็น
จนกว่าดวงดาราจะล่วงลับด้วยความแก่ชรา
จนกว่าจะไร้สิ้นผืนแผ่นดินในโลกหล้า
ข้าขอสาบาน......มอบหัวใจรักแด่เจ้า.....เพียงผู้เดียว
จบบริบูรณ์
Fanismz ::: เว้นระยะไปเกือบสองปี ภาษาอาจไม่ละมุนละไมเหมือนตอนเดิม
ฝากขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ บรรทัดนี้ด้วยค่ะ
เม้นต์ได้ตามระดับความคิดถึง ^^
edit @ 12 Feb 2009 15:05:02 by Fanismz

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะคะ
อิจฉาท่านหัวหน้าองครักษ์นะนี่ ส่วนทาคุยะน่ะ คนแรกเลยนะน่ะแฟน ที่เราชอบอ่ะ เดี๋ยวนี้ก็ยังชอบอยู่ ขี้นหิ้งไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะน้องมาแรงแซงทางโค้ง เม้นท์ได้ตามระดับความคิดถึง...เท่านี้พอรึยังจ๊ะ อยากให้น้องมาอ้อนเจ้าคะเจ้าขาให้ฟังบ้างจัง